ขณะที่ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำลังวุ่นวายอยู่กับการทำสงครามกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยต้องรัฐบาลและทุกภาคส่วนต้อง "ตรึงกำลัง" เพื่อทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นฝ่ายชนะ คุมเกม ให้อยู่หมัด ยืนระยะให้ยาวนานที่สุดอยู่นั้น ล่าสุด ก็ยังกลายเป็นว่าเกิดปัญหาที่ทำให้รัฐบาลต้อง "กวนใจ" ขึ้นมา เมื่อมีเสียงร้องจากบรรดา "ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม" ฟ้องว่า มีรายการ "กินหัวคิว" กันเกิดขึ้น ที่เป็นสถานที่กักตัวกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ของรัฐ (State Quarantine) แถมงานนี้ ยังมี "ศรีสุวรรณ จรรยา" เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่เพิ่งไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ ตรวจสอบกรณีกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีออกมาระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐ เรียกรับสินบจากกลุ่มผู้ประกอบการ เพื่อแลกกับการที่โรงแรมจะได้รับคัดเลือกเป็นสถานที่กักตัว โดยแลกหัวคิว 30-40 เปอร์เซ็นต์ โดยโยนอักษร ย่อ "พ." เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงทำให้ทุกหน่วยงาน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดไม่สามารถนิ่งเฉยอยู่ได้ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข ที่มีรัฐมนตรี ออกมาปฏิเสธทันที พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดชื่อ ไปจนถึงกระทรวงกลาโหมเอง ยังต้องลงคนลงไปตรวจสอบในพื้นที่ โดยเฉพาะในจ.ชลบุรี ซึ่ง "พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์" โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยล่าสุดว่า ได้ลงพื้นที่พบผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นทีภาคตะวันออกที่จัดเป็น state quarantine เมื่อที่ 24พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ประกอบการได้ให้ข้อมูล รายชื่อ ไลน์ที่ได้พูดคุยในการเรียกรับเปอร์เซ็นต์ เงื่อนไขต่างๆ จึงได้ส่งไปให้ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2)เรียบร้อยแล้ว จากนี้เป็นการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แน่นอนว่า ปัญหาเรื่องความไม่ชอบมาพากล อันเนื่องมาจากการทุจริต คอร์รัปชั่นด้วยการเรียกกินหัวคิวในยามที่บ้านเมืองกำลังเดือดร้อนเช่นนี้ นอกจากจะทำให้รัฐบาลเองต้องเร่งหาความจริงแล้ว ในขณะเดียวกันยังต้องไม่ลืมว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงิน ในวงเงิน 1.9 ล้านล้านบาทเพื่อนำมาใช้ในการรับมือกับการปัญหาและการเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ ก็กำลังถูก "พรรคร่วมฝ่ายค้าน" ชำแหละกันกลางสภาฯ จนล่วงเข้าวันที่ 3 ของการประชุมสภาฯ ลำพังความวุ่นวายทางการเมือง ทั้งศึกในพรรคพลังประชารัฐ ไปจนถึงระหว่าง "พรรคร่วมรัฐบาล" ที่พัลวัน อลหม่านกันมาพักใหญ่ จนทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องส่งเสียง "ปราม" อยู่เป็นระยะๆ เสียงอึกทึกจึงเงียบลงไปได้พักใหญ่ แต่ถึงกระนั้น ต้องถือว่าทั้ง "บิ๊กป้อม"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และพล.อ.ประยุทธ์ เองก็เอาอยู่ คุมเกมการเมืองได้อยู่หมัด ส่วนปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ก็ต้องยกความดี ความชอบให้กับความแข็งแกร่งของ "ระบบสาธารณสุข" ของไทย ที่จะเป็นปัญหา ที่พัวพัน รัฐบาล ทั้งในยามปกติจนถึงยามวิกฤติ ซ้ำไปซ้ำมา เห็นทีว่าจะไม่มีเรื่องไหนที่ฉุดคะแนนให้รัฐบาล หวุดหวิดจะสอบตก ก็เพราะเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ที่ยังคงเป็นจุดอ่อน อยู่ร่ำไป!