นับว่าเกิดความชัดเจนแล้วว่า ในการประชุมพรรคพลังประชารัฐ วันนี้ (26 พ.ค.63)จะไม่มี "พี่ใหญ่" อย่าง "บิ๊กป้อม"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไปเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างแน่นอน เพราะงานนี้ เจ้าตัวออกมาปฏิเสธด้วยตัวเอง โดยบอกสั้นๆว่า "ไม่ไป ไม่เกี่ยว" อีกทั้งในการเดินทางไปร่วมประชุมสภากลาโหม ที่กระทรวงกลาโหม ในช่วงเช้า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ก็ชัดเจนว่าทั้ง "บิ๊กป้อม" และ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเข้าร่วมประชุมด้วยกัน ต่างไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆต่อสื่อมวลชนที่พยายามยิงคำถาม ทั้งประเด็นที่ว่าด้วยเสียงเรียกร้องให้ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวมทั้งเรื่องการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดบทกับสื่อสั้นๆว่า "เจ็บคอ" ! สถานการณ์รอบด้านของรัฐบาลเวลานี้ ดูเหมือนว่าทันทีที่มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญ ตั้งแต่วันที่ 22พ.ค.เป็นต้นมา คล้ายกับว่า เป็นห้วงเวลาที่ "นักการเมือง" และ "ฝ่ายค้าน" ต่างรอคอยกันมายาวนานที่จะได้แสดงบทบาท โดยเฉพาะการตรวจสอบ พ.ร.ก.กู้เงิน ทั้ง 3 ฉบับ ไปจนถึงการพ.ร.บ.โอนงบประมาณ 2563 ว่ามีความโปร่งใส มากน้อยแค่ไหน เพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ควบคู่ไปกับการ "กดดัน" ให้รัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ ซึ่งมีแนวโน้มว่ารัฐบาลจะให้คงอำนาจพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีกนาน โดยอ้างว่าเป็นการรับมือกับไวรัสโควิด แต่ฝ่ายค้านประเมินว่า รัฐบาลกำลังใช้ "อำนาจพิเศษ" เพื่อ "สะกด" แรงต่อต้านและการเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน ทั้งในและนอกสภาฯต่างหาก หรือไม่ อย่างไรก็ดี ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ารัฐบาล ได้เลือกใช้ "สาธารณสุข"เป็น "ตัวหลัก" ในการรบกับโรคอุบัติใหม่ อย่างไวรัสโควิด จนสามารถ "เอาอยู่" ได้รับความชื่นชมจากทั้งในประเทศและเวทีสากล ขณะเดียวกันรัฐบาลเองประเมินได้แล้วว่า หากปล่อยให้ "การเมือง" ออกมาขยับ ทั้งในพรรคพลังประชารัฐ ไปจนถึง การเคลื่อนไหวบนท้องถนน ที่สุดแล้วจะทำให้เกิดความวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด มีรายงานว่า ปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่มีข่าวว่า บิ๊กป้อม เตรียม ยึดเก้าอี้หัวหน้าพรรค จาก "อุตตม สาวนายน" รมว.คลัง นั้นก็ยังไม่ใช่เรื่องรีบร้อน ที่จะต้องหักด้ามพร้าด้วยเข่า ตั้งแต่วันนี้ ดังนั้น "กองเชียร์" ของฝ่ายบิ๊กป้อม ที่วาดหวังจะให้นั่งหัวหน้าพรรค ไปจนถึง "ปรับโครงสร้างพรรค" ทุกตำแหน่ง จึงต้องพากันอยู่ในความสงบ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะกลายเป็นว่า ฝ่ายที่ออกแรงกดดันจะยิ่ง "เสียรังวัด"แทน ขณะที่ การเมืองนอกสภาฯ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทั้งบิ๊กป้อม และบิ๊กตู่ จะประมาทกันได้ เพราะอย่าลืมว่า บทบาทของ "คณะก้าวหน้า" ที่นำโดย "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยังคงเปิดฉาก "รุกไล่" ไม่ยอมถอย โดยเฉพาะการเลือกโจมตีในจุดที่เป็น "ฐานอำนาจหลัก"ของรัฐบาลคือ "กองทัพ" ที่มี " บิ๊กแดง"พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. นั่งอยู่หัวโต๊ะเป็นเป้าหลัก ทั้งการเปิดหน้าทวงคำสัญญาจากพล.อ.อภิรัชต์ ว่าด้วยเรื่องของการปฏิรูปกองทัพ ไปจนถึงการไลฟ์สด ชำแหละธุรกิจในกองทัพเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยาวนานกว่า1ชั่วโมง ล้วนแล้วแต่เป็นการจุด "หัวเชื้อ" ให้กับการเมืองนอกสภาฯที่พร้อมจะผันตัวลงไปสู่ "ท้องถนน" แต่ดูเหมือนว่าทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และบรรดาผู้นำเหล่าทัพเอง เลือกที่จะไม่ให้น้ำหนัก คณะก้าวหน้า ด้วยการต่อยอด ตอบโต้ จนกลายเป็น "เข้าทาง" แต่เลือกที่จะ "กระชับอำนาจ"ด้วยการคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯยืนระยะชัยชนะทางการแพทย์ ไปพร้อมๆกับการกุมอำนาจทางการเมืองอย่างเบ็ดเสร็จ ในคราวเดียวกัน !