ขณะที่ "หัวขบวน" อย่าง "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำลังเร่งแก้ไขปัญหา หาทางชะลอการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงให้มากที่สุด ปรากฎว่า "ลูกน้อง" ในกระทรวงกลาโหม กลับสร้างประเด็น ขึ้นมาใหม่ เมื่อมี "บิ๊กทหาร" จากกระทรวงกลาโหม อยู่ในที่เกิดเหตุ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ และไม่สามารถควบคุมให้เกิดความเรียบร้อยได้ จนเป็นผลทำให้ "152คนไทย" ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศเมื่อคืนวันที่ 3เม.ย.และ ไม่ยอมให้มีการกักตัว เดินทางกลับบ้านกันหมด ส่งผลให้เกิดเป็นข่าวใหญ่ ขึ้นมายังไม่ทันข้ามคืนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้กระทรวงกลาโหม ต้องปรับแผนกันชนิดกระทันหันด้วยการส่ง "บิ๊กเบิร์ด" พล.อ. ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ รองเสนาธิการทหาร เข้ากำกับดูแลการบังคับใช้ ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและอำนวยความสะดวกประชาชน ที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทาง หรือ ศูนย์ EOC ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้วและดูแลท่าอากาศยานดอนเมืองด้วย และเรียกตัว "เสธ.โก้" พล.ต.โกศล ชูใจ และกำลังพลที่เกี่ยวข้อง กลับจากการปฏิบัติหน้าที่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่คืนวันที่เกิดเหตุทันที พร้อมทั้งได้สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นการเร่งด่วน ทั้งนี้ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมได้จัดกำลังพลเข้าไปสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการทำหน้าที่ร่วมคัดกรองโรค สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ณ สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง พร้อมทั้งทำหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่ผ่านการคัดกรองและจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการควบคุมโรค ตามมาตรการของรัฐที่กำหนด ( State Quarantine ) เพื่อนำเข้าพื้นที่ควบคุมโรค แต่กลับเกิดปัญหาขึ้นคนไทยจำนวน158 คนที่เดินทางกลับจากประเทศสหรัฐฯและญี่ปุ่น ไม่ได้เข้ารับการกักตัว มีเพียง 6รายที่ยอมเข้าสู่ระบบตามกระบวนการขั้นตอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่เป็นปัญหาซ้ำเข้าไป เมื่อมีการนำคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวมาเผยแพร่ ผ่านโลกโซเชี่ยล โดยพบว่า พล.ต.โกศล ได้เป็นผู้เข้าไปเจรจากับคนไทยกลุ่มดังกล่าวก่อนที่จะเป็นคนเอ่ยปากอนุญาตให้เดินทางไปกักตัวอยู่ที่บ้านกันเอง ! แน่นอนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง จากความวุ่นวายที่สนามบินสุวรรณภูมิ ได้ทำให้ทุกองคาพยพของรัฐบาลถูกตั้งคำถามทันทีว่า ปัญหาใหญ่มาจากการบริหารจัดการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เองหรือไม่ เพราะล่าสุดมีคนไทยที่กลับเข้ารายงานตัว ได้ยืนยันผ่านเพจเฟซบุคแล้วว่าในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆแล้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐเองที่ไม่ให้ข้อมูล หรือความกระจ่างใดๆ ต่างหาก จนเกิดความเข้าใจผิด และนี่ยังอาจกลายเป็นที่มาที่พล.ต.โกศล เอ่ยปากอนุญาตให้152 คนไทยเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ จนต้องมีการประกาศตามตัวกลับมา อย่างไรก็ดี ปัญหาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในระหว่างทางของการบริหารจัดการสถานการณ์ต่อสู้กับโควิด-19 ของรัฐบาลและตัวพล.อ.ประยุทธ์ เอง จะเห็นได้ว่า ยังเกิดปัญหาที่มีคนของกองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยกันในประเด็นใหญ่ๆด้วยกันถึงสองเรื่อง เรื่องแรกคือกรณีที่มี "บิ๊กทหาร" ติดเชื้อโควิด จากสนามมวยลุมพินี จน "ผบ.ทบ." สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาสอบสวนกรณีที่มีการจัดการแข่งขันชกมวยรายการใหญ่ "ลุมพินีแชมเปี้ยนเกียรติเพชร" เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา จนทำให้สนามมวยลุมพินีกลายเป็น Super Spreader ดึงให้ยอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในการนี้ ยังสั่งให้สอบสวน " พล.ต.ราชิต อรุณรังษี" เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ในฐานะนายสนามมวยลุมพินี ว่าทำไมจึงไม่เลื่อนการจัดชกมวยนัดดังกล่าวออกไป ผลสอบจากปมประเด็นเรื่องที่สนามมวยลุมพินีกลายเป็น Super Spreader จะออกมา พลันล่าสุดกองทัพต้องมีคำสั่ง ให้ตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวน เสธ.โก้ ว่าอะไรจึงทำให้ตัดสินใจปล่อยตัว152 คนไทยพ้นจากการถูกกักตัว สร้างความวุ่นวายให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องเรียกตัวกลับมาใหม่ทั้งหมด จะเห็นได้ว่า ความวุ่นวาย ยังคงวนเวียน อยู่ใกล้ รมว.กลาโหมที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชา ทำให้ต้องกุมขมับ ซ้ำไปซ้ำมาอย่างที่เห็น !