ชัดเจน

เสือตัวที่ 6 ในขณะที่สังคมทั้งโลกรวมทั้งพี่น้องในพื้นที่ปลายด้ามขวาน กำลังเผชิญกับความทุกข์ยากในการทำมาหาเลี้ยงชีพที่ยากลำบากมากขึ้น ต้องผจญกับความเป็นความตายจากภัยคุกคามจากไวรัสร้ายพันธุ์ใหม่ที่เราเรียกว่า โควิด -19 ที่กำลังคุกคามมนุษย์ทุกเพศทุกวัย ทุกชนชาติภาษา ทุกเผ่าพันธุ์ ทุกความเชื่อทางศาสนา โดยไม่เลือกว่าจะเป็นคนกลุ่มใด หรือจะมีแนวความคิด ความเชื่ออย่างใด ไม่ว่าจะพักอาศัยอยู่ในแห่งหนตำบลใด ไม่ว่าจะมีที่มาทางประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ใดๆ ไม่ว่าจะเคยเป็นมิตรหรือเคยเป็นศัตรูคู่อาฆาตมายาวนานสักเท่าใด ก็ล้วนแล้วแต่ต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน นั่นคือ ทุกชีวิตมนุษย์ กำลังถูกคุกคามให้ต้องป่วยเจ็บ ล้มตายไปจากภัยร้ายตัวนี้ร่วมกันอย่างไม่ต้องสงสัย หากแต่ความเป็นความตายที่มนุษย์โลกกำลังร่วมกันฟันฝ่าศัตรูร่วมกันครั้งใหญ่ในครั้งนี้ แม้จะเป็นสงครามครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของมนุษย์โลกที่ยังไม่เห็นอนาคตข้างหน้าว่า คนในโลกจะมีวิถีทางเอาชนะพวกมันได้อย่างไร แต่ในแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อันริบหรี่ที่ต่างคาดหวังกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตัวนี้ ก็ยังเป็นความหวังเดียวที่มนุษย์ในโลกต่างเร่งร่วมมือ สนับสนุนกันและกันในการเอาชนะศัตรูร่วมกันตัวนี้ให้ได้ไปก่อน โดยพักเรื่องราวอันเจ็บปวดต่างๆ ระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกันที่เคยเป็นประเด็นให้ต้องเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาหลายร้อยปี พักการเข้าประหัตประหารซึ่งกันและกันอย่างไร้เหตุผลรองรับที่เชื่อถือได้ แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับมีคนกลุ่มหนึ่ง ที่หลงยุค ติดกับดักแห่งกาลเวลาในอดีตที่มโนไปเอง ไม่รับรู้เข้าใจในภัยร้ายร่วมกันจากโควิด-19 ที่กำลังเข่นฆ่าทุกชีวิตอยู่ในขณะนี้ คนกลุ่มนี้ไม่สนใจความทุกข์ยาก จากความเป็นความตายของเพื่อนร่วมชะตากรรม แม้จะเป็นพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ ร่วมถิ่นกำเนิด ร่วมพักอาศัย และร่วมความคิด ความเชื่อกันมาอย่างไม่น่าเชื่อ โดยการสร้างเหตุการณ์อันเลวร้ายในช่วงเวลาที่เพื่อนพี่น้องร่วมพื้นที่กำลังต้องการความร่วมแรงร่วมใจกันฟันฝ่ามหันตภัยจากโรคร้ายนี้ให้ได้ไปก่อน โดยคนร้ายกลุ่มนี้ ซึ่งมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนแล้วว่า เป็นสมาชิกในกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงในขบวนการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ปลายด้ามขวาน คนกลุ่มนี้ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิงรถขนสินค้าจาก อ.หาดใหญ่ มุ่งหน้า จ.นราธิวาส ภายในมีผู้บริสุทธิ์จำนวน 3 คนเป็นครอบครัวเดียวกัน แม้คนขับเร่งเครื่องหนีแต่ก็ถูกกราดยิงอย่างเหี้ยมโหดผิดมนุษย์ จนรถของผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางใดๆ กับคนร้ายกลุ่มนี้หรือแม้กระทั่งไม่ได้เป็นศัตรูของขบวนการใดๆ จนรถชนต้นไม้ไถลลงร่องน้ำกลางถนน ถึงกระนั้น คนร้ายซึ่งเป็นสมาชิกติดอาวุธของขบวนการแบ่งแยกผู้คนแดนใต้ ยังตามไปลากตัวผู้บริสุทธิ์ทั้ง 2 คน มายิงซ้ำนอกรถเสียชีวิต และยังตามไปกราดยิงซ้ำหญิงสาวที่ไม่มีทางสู้ แม้จะหลบอยู่ในรถ จนหญิงสาวรายนั้นเสียชีวิตและยังเผารถซ้ำอย่างโหดเหี้ยม หลังก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ เพื่อต้องการสร้างสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็มีคนร้ายในขบวนการ ขี่รถจักรยานยนต์ ปาระเบิดแสวงเครื่องไปป์บอมบ์ เข้าใส่จุดบริการประชาชน ต.ตะโละหะลอ อ.รามัน จ.ยะลา ห่างจากโรงพักประมาณ 100 เมตร สร้างความสูญเสียต่อผู้บริสุทธิ์อย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น การพยายามสร้างสถานการณ์อันเลวร้าย ด้วยการทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดบรรยากาศความไม่สงบให้บังเกิดขึ้น แม้จะต้องเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีทางสู้กระทั่งผู้หญิงก็ตาม ล้วนเป็นพฤติกรรมที่ชี้ชัดว่า คนกลุ่มนี้ในขบวนการร้ายแห่งนี้ ที่กระทำการต่างๆ นานา มาตั้งแต่ครั้งอดีตอันยาวนาน จวบจนในห้วงเวลาปัจจุบันนั้น มีเป้าประสงค์อันเลวร้ายอย่างใด ในขณะที่พี่น้องร่วมพื้นที่ร่วมแนวคิด ร่วมความเชื่อ กำลังเผชิญกับความทุกข์ยากแสนสาหัสจากภัยโควิด-19 แต่คนกลุ่มนี้กลับไม่สนใจ ไม่แยแสต่อความรู้สึกของเพื่อนร่วมพื้นที่ท้องถิ่นเลยแม้แต่น้อย เพราะในขณะที่ผู้คนต่างหนีตายเอาตัวรอดจากโรคร้ายนี้ โดยการเข้าดูแลช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม การระดมแพทย์และพยาบาล รวมทั้งเครื่องเวชภัณฑ์เพื่อมาดูแลรักษาพี่น้องในพื้นที่ปลายด้ามขวาน รวมทั้งการเร่งจัดหาวัคซีนนานาชนิด เข้ามาฉีดให้พี่น้องในพื้นที่อย่างทั่วถึงโดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาชีวิตพี่น้องประชาชนในพื้นที่ไว้ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามวิถีที่เชื่อในท้องถิ่น สามารถกลับไปปฏิบัติศาสนกิจตามหลักศาสนาของตนได้อย่างดีต่อไปตมเดิมโดยเร็วที่สุด หากแต่ก็ยังมีคนกลุ่มนี้ที่แม้จะไม่นำพาต่อการช่วยเหลือพี่น้องร่วมพื้นที่ให้รอดพ้นจากมหันตภัยร้ายครั้งนี้แล้ว ยังพยายามอย่างไม่ลดละในการสร้างเรื่องเลวร้ายทายชีวิตผู้บริสุทธิ์ ทำลายความดีงามที่พี่น้องร่วมพื้นที่ร่วมความเชื่อ ร่วมอุดมการณ์กำลังได้รับจากหน่วยงานภาครัฐอยู่ต่อไปอย่างน่าอนาถใจที่สุด ความพยายามในการทำแต่เรื่องเลวร้ายมาอย่างยาวนาน ไม่สร้างสรรค์ของคนในขบวนการร้ายแห่งนี้ จึงเป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจนที่สุดแล้วว่า คนกลุ่มนี้ไม่มีอนาคตใดๆ อย่างที่พยายามหลอกล่อสร้างฝันลมๆ แล้งๆ โดยพยายามลากประวัติศาสตร์เพียงบางส่วน มาเป็นเครื่องมือในการสร้างความเกลียดชังคนส่วนใหญ่แบบผิดๆ ทั้งยังวาดฝันไปถึงดินแดนในอุดมคติที่ไม่มีอยู่จริงให้พี่น้องในพื้นถิ่นหลงเชื่อมาตลอด การพยายามหาโอกาสในการทำแต่เรื่องเลวร้าย ไม่สร้างสรรค์ใดๆ ในพื้นที่ แทนที่จะให้เวลาและความคิด ความพยายามในการนำพาพี่น้องร่วมความเชื่อ ให้สามารถก้าวพ้นจากความเป็นความตายจากโรคร้ายที่กำลังคุกคามอยู่ใกล้ตัวในขณะนี้ จากการก่อความไม่สงบเพียงตัวอย่าง 2 เรื่องที่ยกมาข้างต้น จึงเป็นตัวชี้ชัดว่า พี่น้องในพื้นที่แห่งนี้ ควรจะเลือกเชื่อ เลือกที่จะให้ความร่วมมือกับฝ่ายรัฐที่พยายามทุกวิถีทางในการสร้างสรรค์สิ่งดีงามตามวิถีที่ผู้คนในพื้นที่ปรารถนา หรือจะเชื่อ เลือกที่จะร่วมมือกับกลุ่มคนในขบวนการที่มีแต่การทำลาย เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม และเป็นนักสร้างฝันที่จับต้องไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความตื่นตระหนก ความประหวั่นพรั่นพรึงของพี่น้องในพื้นที่ว่าจะรอดพ้นจากโรคร้ายโควิด-19 เวลานี้หรือไม่ แต่ยังมีคนร้ายกลุ่มต่างๆ ในขบวนการจุดไฟใต้ ยังพยายามในการขัดขวางการช่วยเลือกพี่น้องร่วมความเชื่อของตนในพื้นที่อยู่อย่างไม่ลดละ และเชื่อว่า คนกลุ่มนี้ยังพยายามในการหาโอกาสในการสร้างเรื่องเลวร้ายต่างๆ อยู่ต่อไปไม่สิ้นสุด ณ ห้วงเวลานี้ คนในขบวนการร้ายแห่งนี้ จึงแสดงตนอย่างชัดเจนที่สุดว่า พวกเขาทำเพื่อใคร และทำเพื่ออะไร ที่พี่น้องในพื้นที่และประชาคมโลกต่างได้คำตอบอยู่ในใจแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย
เสือตัวที่ 6 |

เรียนรู้

เสือตัวที่ 6 สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีการแพร่ระบาดขยายวงกว้างออกไปอย่างก้าวกระโดดจนไม่เห็นหนทางที่จะหยุดยั้งหรือเอาชนะภัยคุกคามรูปแบบใหม่จากไวรัสร้ายตัวนี้ได้ นอกจากการป้องกันตนเองด้วยวัคซีนซึ่งดูจะเป็นความหวังเดียวของมวลมนุษยชาติทั่วโลกในขณะนี้ จากสถิติผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เมื่อ 20 เม.ย.64 พบผู้ป่วยสะสมรวมมากกว่า 142 ล้านคน โดย จำนวนผู้ป่วยรายวันเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2564 จนอยู่ในระดับมากกว่า 8 แสนคนต่อวัน ซึ่งเกิด จากการระบาดที่เพิ่มมากขึ้นในอินเดีย และการระบาดที่ยังคงสูงในสหรัฐอเมริกา บราซิล และในยุโรป ส่วน จำนวนผู้เสียชีวิตรายวัน ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 1.5 หมื่นคนต่อวัน รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมดมากกว่า 3 ล้านคน ส่วนใน ประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อสะสมจากการระบาดในระลอกใหม่ 16,322 ราย โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในประเทศยังคงอยู่ในระดับหลักพันคนต่อวัน แม้จะมียอดผู้ติดเชื้อที่ดูจะคงที่ หากแต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้ ซึ่งมีการติดเชื้อแพร่กระจายไปใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มี ประวัติเดินทางไปยังสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ หรือมีประวัติสัมผัสกับผู้ที่เดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว โดยผู้ติดเชื้อรอบที่สามในประเทศไทย ส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ และผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ในรอบสามนี้ กลับเป็นคนในวัยหนุ่มสาวหรือวัยทำงาน มากกว่าในสองรอบแรกซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นผู้สูงอายุ นั่นแสดงให้เห็นว่า เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตัวที่กำลังระบาดในประเทศไทยรอบนี้ มีการพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น จนสามารถหลบซ่อนตัวเองอยู่ในร่างกายมนุษย์จนกว่ามันจะกล้าแข็ง เพื่อให้มันมีโอกาสสูงขึ้นในการรอดพ้นการถูกตรวจพบ และพวกมันจะได้มีโอกาสในการขยายเผ่าพันธุ์ของพวกมันได้มากขึ้น อีกทั้งไวรัสกลุ่มใหม่นี้ ยังพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น จนสามารถแทรกปน แอบซ่อนเข้าไปในร่างกายของมนุษย์แม้ว่าจะมีร่างกายที่แข็งแรง หรือในวัยหนุ่มสาวได้มากขึ้น และไวรัสกลุ่มนี้ ยังเก่งขึ้นในด้านการขยายพันธุ์ได้มากกว่าเผ่าพันธุ์เดิมของมันถึง 1.7 เท่า ไวรัสกลุ่มนี้ จึงร้ายกาจกว่าไวรัสสายพันธุ์เดิมที่มันเคยคุกคามคนไทยอยู่ในสองรอบแรกอย่างเห็นได้ชัด โรคติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 นั้น เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนาซาร์โควี-2 (SAR-CoV-2) ที่มันร้ายกาจและคุกคามชาวมนุษยโลกอย่างน่าสะพรึงกลัวกว่าการคุกคามของเชื้อโรคใดๆ ก็คือ มันสามารถแพร่เชื้อไวรัสจากคนสู่คนผ่านระบบหายใจ โดยได้รับเชื้อละอองฝอย (Droplets) จากการไอหรือจาม การสัมผัสสารคัดหลั่ง (Contact) เช่น น้ำลาย น้ำมูก เสมหะ เป็นต้น ในรอบนี้ ผู้ที่ได้รับเชื้อส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการใด ๆ บางรายอาจมีอาการเล็กน้อย เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รู้สึกเหมือนมีไข้ เจ็บคอ ทำให้คนเหล่านั้นเดินทางไปไหนมาไหนโดยเป็นผู้นำไวรัสไปขยายพันธุ์ให้คนอื่นๆ โดยไม่รู้ตัวทั้งคนนำพาโรคและคนที่ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ในวันนี้ (20 เม.ย.64) จึงมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมาก ถึง 1,443 รายใน 68 จังหวัด โดยจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนมากในห้วงนี้ ได้แก่ กทม. เชียงใหม่ ชลบุรี และสมุทรปราการ คนไทยจึงทำได้เพียงการป้องกันตนเองตามแนวทางพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความเข้มข้นของการเฝ้าระวังในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการ การ ดำเนินการตรวจคัดกรองเชิงรุกในจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก สอบสวนโรคเพื่อค้นหาสถานที่เสี่ยงและปัจจัยเสี่ยง และสื่อสารให้กับประชาชนเพื่อให้ความร่วมมือในการยกระดับมาตรการป้องกันโรค อาทิ การสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ ทำงานอยู่ที่บ้าน ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็นโดยยานพาหนะสาธารณะ การหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในสถานที่ปิดและมีคนรวมกันเป็นจำนวนมาก เป็นต้น เหล่านี้คือแนวปฏิบัติพื้นฐานที่คนทั่วโลก กำลังดำเนินการเพื่อป้องกันตนเองในเบื้องต้นก่อนที่รัฐบาลของประเทศตนจะบริหารจัดการให้คนในชาติได้รับวัคซีนป้องกันโรคร้ายนี้ในโอกาสต่อไป ซึ่งภัยคุกคามจากไวรัสร้ายครั้งนี้ เป็นเรื่องใหม่ที่ไม่มีคนใดในโลกที่จะมีองค์ความรู้มากพอที่จะฟันธงได้ว่า มันดำรงชีวิตอย่างไร มีศักยภาพในการดำรงอยู่และขยายเผ่าพันธุ์ได้ขนาดไหน อย่างไร รวมทั้งจะสามารถเอาชนะมันได้ด้วยวิธีการใด ทุกวันนี้ นักชีววิทยา และบรรดาแพทย์ทั้งหลาย จึงทำได้เพียงการเก็บข้อมูล ศึกษาวิเคราะห์ไป คาดการณ์ไป ควบคู่กับการรักษา ป้องกัน แบบลองผิด ลองถูก หากจนถึงวันนี้การต่อสู้กับภัยคุกคามตัวใหม่นี้ จึงต้องทำควบคู่กับการเรียนรู้อยู่ต่อไปอย่างไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ความรู้เดิมที่เคยเชื่อว่า เชื้อไวรัสนี้ มีศักยภาพในการแพร่กระจายได้ไม่เกิน 1 - 2 เมตร อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ความรู้ความเชื่อเดิมที่ว่า ศักยภาพในการเติบโตของไวรัสร้ายนี้ในร่างกายมนุษย์ ต้องใช้เวลาประมาณ 14 วันนั้น อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย การติดเชื้อแล้ว ร่างกายของคนคนนั้น จะมีภูมิต้านทานไวรัสตัวนี้ได้ดีขึ้น อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย และคนที่ติดเชื้อแล้วอาจติดเชื้อร้ายนี้ได้อีก จึงมีให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ชัด และที่สำคัญ ความหวังเดียวที่คนในโลกกำลังไขว่คว้าอยู่คือ การได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสร้ายตัวนี้ ก็อาจไม่เป็นดังที่หวัง เพราะวันนี้ คนที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคร้ายนี้ครบโดสแล้ว ยังติดเชื้อไวรัสนี้อีกอย่างไม่น่าเชื่อ แต่กระนั้นก็ตาม สถานการณ์ที่สับสน รวมทั้งการมีข้อมูลที่ยังไม่ชัดเจนและนิ่งพอ วัคซีนป้องกันโคโรนา 2019 จึงเป็นความหวังเดียวของมนุษยโลก โดยเฉพาะในขณะนี้ที่ประเทศไทย ยังมีโอกาสรับการฉีดวัคซีนในอัตราที่ช้ามาก หากเทียบกับหลายๆ ประเทศแม้ประเทศเพื่อนบ้านที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจน้อยกว่าไทย โดยจากข้อมูลเมื่อ 19 เม.ย.64 พบว่า มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนไปเพียง 0.4% ของประชากรของไทยทั้งหมด ทำให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทขนาดใหญ่กว่า 40 บริษัทจากทุกกลุ่มธุรกิจ เห็นตรงกันว่าจะต้องมีการจัดหาวัคซีนทางเลือกให้เพียงพอ และภาคเอกชนสนับสนุนภาครัฐให้สามารถเปิดประเทศได้อย่างรวดเร็ว เพื่อความปลอดภัยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องดึงความร่วมมือจากทุกฝ่าย การฉีดวัคซีนไปเพียง 0.4% ของประชากรเท่านั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 19 เม.ย.64 จากเว็บไซต์บลูมเบิร์ก) ซึ่งถือว่าล่าช้ามากสำหรับการที่จะเปิดประเทศที่จะต้องฉีดให้ได้ถึง 70% ของประชากร ภาครัฐจำเป็นต้องจัดหาวัคซีนให้เพียงพอกับทุกคน ซึ่งภาคเอกชนพร้อมจะสนับสนุน และแม้ว่า คนไทยหรือคนในประเทศต่างๆ ในโลก จะได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว หากแต่บทเรียนที่ได้รับตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า ไวรัสตัวนี้ ไม่มีการหยุดนิ่ง มันพัฒนาศักยภาพตัวเอง เผ่าพันธุ์ของพวกมันให้แปรเปลี่ยน เพื่อความกล้าแข็งมากขึ้นในทุกวัน ซึ่งนั่นคือการแปรเปลี่ยนที่มนุษยโลกต้องเรียนรู้ให้ทัน เพื่อสามารถหยุดยั้งการคุกคามนี้ต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เสือตัวที่ 6 |

อีกนาน

เสือตัวที่ 6 เป็นไปตามที่เคยวิเคราะห์ไว้หลายเดือนก่อนว่า การต่อสู้กับภัยคุกคามพันธุ์ใหม่ที่เป็นไวรัสร้ายทำลายวิถีชีวิต ทำลายชีวิต ทำลายสังคม และทำลายระบบเศรษฐกิจของต่อมวลมนุษยชาติของโลกในขณะนี้นั้น ซึ่งสิ่งมีชีวิตตัวใหม่นี้ อุบัติขึ้นมาบนโลกใบนี้ กำลังสั่งสอนบทเรียนราคาแพงให้คนบนโลกนี้ว่า มนุษย์ไมใช่สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวที่ฉลาดกว่า และมีความเหนือกว่าทุกชีวิตในโลกใบนี้อีกต่อไป และเคยวิเคราะห์ไว้หลายเดือนว่า สิ่งที่มนุษย์เคยเอาชนะสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่น โดยเฉพาะการคิดจะเอาชนะการคุกคามต่อมนุษย์ด้วยการคิดค้นยาปฏิชีวนะที่จะป้องกันภัยคุกคามใดๆ ต่อมนุษย์ได้นั้น เป็นความคิดที่ล้าหลังไปเสียแล้ว เพราะเพียงไม่กี่วัน ไม่กี่เดือน สิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่ที่กำลังคุกคามมนุษยชาติอยู่ในขณะนี้นั้น ได้ปรับตัว กลายพันธุ์ใหม่ให้มีความสามารถในการเอาชนะยาปฏิชีวนะทั้งหลายที่มนุษย์คิดว่าจะกำราบมันได้ลงอย่างสิ้นเชิง การรุกคืบของไวรัสที่มนุษย์ขนานนามมันว่า COVID-19 นั้น ได้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า มันพัฒนาตัวเองให้เก่งกล้าสามารถมากขึ้นเพียงใด จากสายเผ่าพันธุ์จีน ได้เพิ่มศักยภาพไปเป็นสายพันธุ์อังกฤษ และมันจะไม่หยุดนิ่งอยู่เพียงนั้น สิ่งมีชีวิตพันธุ์นี้ จะพัฒนาความเก่งกล้าต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด โลกในศตวรรษนี้ จะแตกต่างจากศตวรรษก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง พวกมันได้เรียนรู้ ปรับตัว ต่อข้าศึกของมันตัวแล้วตัวเล่าอย่างไม่น่าเชื่อ ศักยภาพของเผ่าพันธุ์ของอังกฤษนั้น มันสามารถแอบซ่อนอยู่ในร่างกายโดยเฉพาะในปอดหรือระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ได้อย่างแนบเนียนจนมนุษย์ไม่สามารถใช้สิ่งประดิษฐ์ใดๆ ตรวจหาพวกมันได้ จนกว่ามันจะมีโอกาสขยายเผ่าพันธุ์ของมันออกไปยังปอดของมนุษย์คนต่อๆ ไป ในวงกว้างอย่างก้าวกระโดดแบบเดียวกับแชร์ลูกโซ่ แล้วมันจึงแสดงศักยภาพในการทำลายปอดหรือระบบทางเดินหายใจของคนนั้นลงในที่สุด และนอกจากนั้นเผ่าพันธุ์ใหม่จากประเทศอังกฤษนี้ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า วัคซีนที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมาอย่างเร่งด่วน และนำไปใช้ในภาวะฉุกเฉินในหลายประเทศในขณะนี้นั้น ไม่สามารถยับยั้งต่อสู้กับเผ่าพันธุ์ใหม่เหล่านี้ได้เท่าที่มนุษย์คาดหวัง เพราะเป็นที่ยอมรับในทางการแพทย์ทั่วโลกแล้วว่า คนที่รับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสร้ายตัวนี้ แม้จะครบ 1 เข็มแล้วก็ตาม บุคคลผู้นั้น ยังมีโอกาสติดเชื้อจากการถูกคุกคามจากไวรัสสายพันธุ์อังกฤษนี้ได้ และบุคคลผู้นั้นยังสามารถเป็นผู้แพร่เชื้อไวรัสตัวนี้ไปยังบุคคลอื่นๆ ได้โดยไม่รู้ตัว การฉีดวัคซีน COVID-19 ครบ 2 เข็ม แล้วยังเสี่ยงติดเชื้อได้นั้น ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อธิบายว่า เมื่อเราฉีดวัคซีนไปแล้ว โดยเฉลี่ยหลังฉีดวัคซีนภูมิต้านทานจะขึ้นหลังฉีด 2-3 สัปดาห์ โดยภูมิต้านทานหลังเข็มแรกจะขึ้นมาประมาณ 60-70% ส่วนเข็มที่ 2 จะขึ้นมาประมาณ 80% คนที่ฉีดครบ 2 เข็มเยอะมาก แต่ยังติดเชื้อได้ใหม่นั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงมาก โดยเฉพาะการรับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่และมีการเรียนรู้พัฒนาตัวเองของไวรัสร้ายตัวนี้ หากมันเผชิญหน้ากับภูมิต้านทานของคนที่ได้รับวัคซีนไปใหม่ๆ และตัวยาของวัคซีนที่รับเข้าไปนี้ยังไม่กล้าแข็งพอ ไวรัสตัวนี้ จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้เก่งกล้ามากขึ้นจนยาปฏิชีวนะที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมา ตามไม่ทัน ยกตัวอย่างวัคซีนของซิโนแวค ได้ทำการทดสอบทดลองภาคสนามเฟส 3 ในประเทศบราซิล ซึ่งทำในบุคลากรทางด้านการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 เป็นส่วนใหญ่ เพราะบราซิลมีการระบาดของโรคที่รุนแรง เหมือนกับเราเชื้อเยอะหรือบ่อย ประสิทธิผลของวัคซีน ภูมิคุ้มกันที่มันมีอยู่ก็จัดการเชื้อจำนวนมากไม่ทัน ทั้งนี้จึงเป็นที่บอกกล่าวกันว่า วัคซีนนั้น เป็นเพียงมาตรการเสริมเท่านั้น โดยคนที่รับวัคซีนไปแล้ว แม้จะครบ 2 เข็มแล้วก็ตาม จะต้องคงวิถีใหม่ ควบคู่ไปกับการใช้หน้ากาก การหมั่นล้างมือ การเว้นระยะห่างทางกาย เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้มากขึ้น ยิ่งถ้ามีการฉีดวัคซีนให้ได้ครอบคลุมกลุ่มประชากรไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมด มันลดความเสี่ยงต่อการป่วย ต่อการแพร่กระจายโรคได้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้ไทยได้เริ่มฉีดวัคซีนไปบ้างแล้ว แต่ในอัตราเร็วที่น้อยมากหากเทียบกับหลายๆ ประเทศ โดยจากข้อมูลของ ศูนย์ข้อมูล COVID-19 ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. - 12 เม.ย. 2564 มีจำนวนการได้รับวัคซีนสะสมไปแล้วรวม 578,532 โดส ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็นผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 505,215 ราย และผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 จำนวน 73,317 ราย แต่เป้าหมายการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ จะครอบคลุมประชากร 70% หรือต้องฉีดวัคซีนได้อย่างน้อย 40 ล้านคน นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังระบุชัดว่า วัคซีนอาจไม่สามารถป้องกันทุกคนที่ฉีดจากการติดเชื้อ COVID-19 ได้ และยังไม่มีข้อมูลว่าเมื่อฉีดแล้วจะมีภูมิคุ้มกัน COVID-19 ได้นานเท่าไร รวมถึงไม่มีข้อมูลว่าผลการฉีดวัคซีนให้ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกันนั้น ทำให้ภูมิต่อไวรัส COVID-19 มีผลลดลงกว่าในคนปกติหรือไม่ จากการรายงานพบว่า ในต่างประเทศที่พบกรณีที่ผู้ได้รับวัคซีนแล้ว ยังกลับมาติดเชื้อไวรัสร้ายตัวนี้ได้ซ้ำอีก อาทิ ประเทศจีน ผู้ป่วยได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว แต่ทำงานในพื้นที่กักกันของโรค ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองซีอาน จึงพบติดเชื้อหลังฉีดวัคซีน ประเทศสหรัฐฯ ชายชาวอเมริกันจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ติดเชื้อโควิด-19 หลังจากเพิ่งได้รับวัคซีนโดสที่ 2 และชาวฮาวาย 3 คน ที่ได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ครบ 2 เข็มแล้ว แต่กลับมาติดเชื้ออีก ในประเทศฝรั่งเศส คือ นางโรสลิน บาเชโล รัฐมนตรีวัฒนธรรมฝรั่งเศส วัย 74 ปี เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว ยังพบติดเชื้อ นั่นคือตัวบ่งชี้ว่า หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรเดินทางไปในสถานที่เสี่ยง หรือใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยง ที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำอีก เพราะเป็นการสร้างโอกาสให้มันเรียนรู้กัน ผสมเผ่าพันธุ์กันระหว่างเชื้อเดิมกับเชื้อใหม่ให้เป็นพันธุ์ใหม่ต่อไปอีกเรื่อยๆ สงครามการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดระหว่างสิ่งมีชีวิต 2 สายพันธุ์คือมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกว่า COVID-19 กำลังเข็งเกลียวอย่างดุเดือด การต่อสู้ห้วงนี้เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์เป็นฝ่ายตั้งรับ ในขณะที่ไวรัสร้ายตัวนี้กำลังเป็นฝ่ายรุกไล่อย่างโหดเหี้ยม ในขณะที่สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่นี้อุบัติขึ้นใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์ มันได้พัฒนาตัวเองให้เก่งกล้ามากขึ้นทุกเวลาไม่สิ้นสุด และนั่นคือสิ่งที่ย้ำเตือนไว้ว่า ตราบใดที่มนุษย์ยังไม่เรียนรู้หาวิธีต่อสู้ใหม่ๆ และใช้การต่อสู้ด้วยวิธีการตั้งรับอย่างนี้ โอกาสที่จะยุติศึกครั้งนี้ด้วยชัยชนะของมนุษย์คงยังอีกนาน
เสือตัวที่ 6 |

ยังไม่จบ

เสือตัวที่ 6 การติดเชื้อโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดระลอกใหม่ในกลุ่มไฮโซนักเที่ยว โดยเฉพาะ คลัสเตอร์สถานบันเทิง ที่ลามเข้าไป ติดคนในครอบครัว โรงเรียนอินเตอร์ต้องปิดเรียนหลายแห่ง รวมทั้ง คลัสเตอร์บันเทิงในกรุงเทพฯ กระจายกันหลายจุดทั้ง ทองหล่อ จตุจักร เอกมัย รัชดา กระบวนการสอบสวนและติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงยังดำเนินการอยู่ ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศในเว็บไซต์ เปิดเผยเรื่องเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยว่า ติดเชื้อโควิด-19 และกำลังรักษาตัวอยู่ พนักงานใกล้ชิดมีการกักตัวที่บ้าน และติดต่อบุคคลอื่นที่ใกล้ชิดท่านทูตเป็นรายบุคคล แสดงให้เห็นว่า ประเทศญี่ปุ่นมีความโปร่งใส ตรงไปตรงมา เพราะเห็นว่า การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นี้ เป็นเรื่องสำคัญที่ควรเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อให้ทุกคนได้มีความระมัดระวังตัวมากขึ้น รวมทั้งเป็นการช่วยกันรักษาตนเองให้รอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อจากการคุกคามของไวรัสร้ายตัวนี้ให้ได้ การกลับมาแพร่ระบาดจากไวรัสร้ายในระลอกใหม่นี้ เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลไทยเพิ่งเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวระยะแรกใน 1 เมษายนที่ผ่านมาไม่กี่วัน ด้วยสถานการณ์การคุกคามจากภัยที่มองไม่เห็นในระยะหลังของประเทศไทยนี้ มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำท่าว่าจะลดน้อยลงเรื่อยๆ และมีความหวังว่าหน่วยงานภาครัฐ จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ พร้อมกับมีการนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศและมีการฉีดวัคซีนให้คนกลุ่มเสี่ยงตามลำดับ แม้ว่าจะมีการฉีดวัคซีนในอัตราที่ไม่รวดเร็วเฉกเช่นในต่างประเทศก็ตาม หากแต่ก็มีผลให้ประชาชนรวมทั้งรัฐบาลต่างมีความเชื่อมั่นมากขึ้นจนนำไปสู่นโยบายในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเมื่อ 1 เม.ย. โดยนำร่องในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เป็นแห่งแรก การระบาดของโควิด-19 ในไทย มีมาอย่างต่อเนื่องมาจากระลอกสองหรือที่รัฐพยายามสื่อสารว่า เป็นการระบาดระลอกใหม่ ไม่ใช่ระลอกสองก็ตาม แต่กระนั้น ก็แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานรัฐและประชาชนไทย ยังไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้ตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน จนถึงต้นปี ปะทุในกลุ่มต่างๆ ดังที่เป็นข่าว การติดเชื้อในระยะหลังนี้ได้กระจายหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นที่น่ากังวลว่าหากคุมการแพร่ระบาดไม่อยู่ อาจเกิดการระบาดของไวรัสร้ายตัวนี้ในระลอกใหม่กว่า หรือระลอกสามซึ่งมีทีท่าว่าจะอาการหนักกว่าสองครั้งแรกก็เป็นได้ โดยในการระบาดระลอกใหม่ล่าสุดนี้ มีผู้ติดเชื้อคลัสเตอร์ใหญ่จากสถานบันเทิงหลายพื้นที่ และระบาดแพร่กระจายไปหลายพื้นที่ แม้แต่โรงพยาบาล ภายในเรือนจำ และสถานที่จัดกิจกรรมอื่นๆ การระบาดหนใหม่นี้ จึงเป็นสัญญาณอันตราย หากไม่มีความตระหนักแต่ไม่ตื่นตระหนกของพี่น้องประชาชนคนไทยที่มากพอ ต่อสถานการณ์ที่กำลังส่งสัญญาณให้เห็นอยู่ในขณะนี้ การแพร่ระบาดไปในวงกว้างอย่างรวดเร็วโดยยังค้นหาต้นตอของการแพร่ระบาดไม่เจอ ทำให้การประเมินสถานการณ์ครั้งนี้มีความยากลำบากยิ่งกว่าสองครั้งแรก การกลับมาแพร่ระบาดระลองใหม่ล่าสุดนี้ จึงส่งสัญญาณให้เห็นแล้วว่า พี่น้องประชาชนไทย จะต้องตั้งหลักกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง ประชาชนไทยในห้วงเวลานี้ จำต้องเลือกระหว่างการเดินหน้าทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะความคาดหวังที่จะเดินหน้าทางเศรษฐกิจธุรกิจห้วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์นี้กับความเป็นความตายด้านชีวิตร่างกายของเพื่อนร่วมชาติจากภัยคุกคามที่มองไม่เห็นตัวนี้ให้ดี เพราะหากประเมินทางเลือกระหว่างชีวิตความเป็นความตายที่รออยู่ตรงหน้ากับการอิ่มปากอิ่มท้องของผู้คน คงไม่ใช่เรื่องยากที่รัฐบาลและคนไทยจะตัดสินใจเลือก หากรัฐบาลเองจำต้องเร่งหาหนทางในการประคับประคองเศรษฐกิจปากท้องผู้คนให้พอดำรงชีพได้ในขณะที่ต้องตัดสินใจควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายตัวนี้ให้ได้อย่างจริงจังและทันท่วงทีก่อนที่ชีวิตผู้คนในประเทศจะได้รับอันตรายจากภัยร้ายที่มองไม่เห็นตัวนี้ โดยเฉพาะในห้วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ จะมีคนกลับบ้าน เดินทางไปต่างจังหวัดจำนวนมาก และหลังจากนั้น ก็จะมีการเคลื่อนย้ายผู้คนจำนวนมากกลับมาพื้นที่ที่ต้องทำงานตามปกติ เหล่านี้คือการนำออก และนำเข้าเชื้อโควิด-19 ที่พร้อมจะเดินทางไปมากับคนทุกคนไปขยายเผ่าพันธุ์ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศได้ไม่ยาก ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐเร่งกวดขันมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายตัวนี้ให้อยู่หมัดในเร็ววัน ตัดวงจรการเคลื่อนย้ายไปมาของผู้คนในห้วงเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน พร้อมสร้างความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วนในการป้องกันแก้ไขปัญหานี้เฉกเช่นเดียวกับเมื่อการระบาดครั้งแรกและครั้งที่สอง หน่วยงานภาครัฐก็จะต้องออกมาตรการเยียวยา ช่วยพยุงธุรกิจเศรษฐกิจให้สามารถต่อลมหายใจผู้ประกอบการหาเช้ากินค่ำให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมและทั่วถึง รวมทั้งเร่งฉีดวัคซีนให้พี่น้องประชาชนในประเทศอย่างทั่วถึงไม่น้อยกว่า 70% ของประชาชนไทยทั้งประเทศ พร้อมกันนี้ หน่วยงานภาครัฐ ยังต้องเร่งให้การรับรู้เข้าใจกับประชาชนอย่างทั่วถึงว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 นี้ ไม่ใช่ยาวิเศษ เพราะการได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 นั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสติดเชื้อร้ายนี้อีก แต่อย่างน้อย โอกาสติดก็น้อยลง และหากติดเชื้อ อาการของผู้ติดเชื้อจะไม่หนักมาก เพื่อให้พี่น้องคนไทย ยังคงใช้ชีวิตบนความไม่ประมาทอยู่ต่อไป ใช้ชีวิตตามมาตรการที่หน่วยงานสาธารณสุขแนะนำไว้อย่างเคร่งครัดต่อไป เพราะสถานการณ์จากภัยคุกคามตัวใหม่ครั้งนี้ เป็นภัยคุกคามจากศัตรูที่สายตามนุษย์มองไม่เห็น มันพร้อมจะแอบซ่อนตัวเองไปกับทุกคนที่ร่างกายแข็งแรงโดยไม่แสดงตัว เพื่อให้พวกมันสามารถขยายเผ่าพันธุ์ของมันไปได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และภัยคุกคามตัวนี้ พร้อมจะทำลายชีวิตมนุษย์ที่ตกเป็นเหยื่อจากการแทรกปนเข้าไปในปอดมนุษย์ผู้นั้นในเวลาที่เอื้ออำนวย นั่นแสดงให้เห็นว่า เมื่อภัยคุกคามตัวใด เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่มนุษย์จะเอาชนะมันได้ง่ายๆ อีกต่อไป ด้วยมันพร้อมที่จะกลับมาได้ทุกเมื่อ สงครามครั้งใหม่ของมนุษย์จึงยังไม่จบลงง่ายๆ อย่างที่คิด
เสือตัวที่ 6 |

มองอย่างมิตร

เสือตัวที่ 6 สถานการณ์ความรุนแรงในสหภาพเมียนมา ได้ทวีความรุนแรงบานปลายจนอาจจะเกิดภาวะรัฐล้มเหลว ด้วยการเกิดสงครามกลางเมือง แม้จะเป็นเหตุความรุนแรงทางการเมืองที่อยู่นอกเขตประเทศไทย หากแต่ที่คนไทยและผู้นำรัฐบาลไทยจะต้องให้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษก็เพราะประเทศนี้มีอาณาเขตชิดติดกับดินแดนไทยทั้งทางพื้นดินและทางน้ำ ตลอดจนชายฝั่งทะเล เหตุความรุนแรงด้วยการก่อการประท้วงของประชาชนชาวเมียนมาที่มีต่อคณะรัฐประหารโดยกองทัพและบานปลายไปถึงการลุกหือขึ้นต่อต้านด้วยอาวุธของชนกลุ่มน้อยหลากหลายชาติพันธุ์ที่อยู่ในดินแดนแห่งนี้ นั่นคือผลกระทบที่จะมาสู่ดินแดนไทยและทุกระบบของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การอพยพหนีตายและการเคลื่อนย้ายประชากรในดินแดนแห่งนี้ ย่อมเกิดขึ้นในเวลานี้และในอนาคตอันใกล้ และนั่น จะนำมาซึ่งความไม่มั่นคงของคนไทยในทุกมิติ ทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินคนไทย ระบบเศรษฐกิจที่มีผลกระทบแน่นอน ตลอดจนโรคร้ายที่ติดมากับผู้คนที่อพยพหลบหนีมาจากดินแดนมิคสัญญี ยุคที่ผู้คนเข่นฆ่ากันอย่างป่าเถื่อน ณ ดินแดนแห่งนี้อย่างแน่นอน ในขณะที่นานาชาติต่างแสดงความห่วงใยในสถานการณ์อันเลวร้ายในเมียนมา อาทิ บรูไนในฐานะประธานอาเซียน ได้ออกแถลงการณ์ในนามประธานอาเซียนความตอนหนึ่งว่า "เราเป็นห่วงถึงสถานการณ์ภายในเมียนมา อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งการใช้ความรุนแรง ต่างฝ่ายต่างผ่อนปรน และร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างสันติ ผ่านการเจรจาอย่างมีหลักการ" และนอกจากนั้น ยังมีสมาชิกอย่างน้อย 4 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารภายในเมียนมา และให้ความเห็นกดดันรัฐบาลทหารเมียนมาให้ปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ โดยเฉพาะ นายทีโอโดโร ล็อกซิน จูเนียร์ รมว.ต่างประเทศของฟิลิปปินส์ ถึงกับกล่าวว่า หลักการของอาเซียนที่ว่า "ไม่แทรกแซงกิจการภายในของสมาชิก" นั้น ไม่สามารถใช้เป็น "ข้ออ้าง" หรือ "เงื่อนไข" ในการกระทำผิดกฎหมายของกองทัพเมียนมาอย่างที่พยายามสื่อสารให้เข้าใจกันอย่างนั้น ต่อมาวันที่ 11 มี.ค. ไทยจึงได้ออกแถลงการณ์ ย้ำท่าทีที่ชัดเจนขึ้นต่อสถานการณ์ในเมียนมา โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์แสดงท่าทีของไทยต่อสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในเมียนมา โดยเรียกร้องให้ทางการเมียนมาปล่อยผู้ที่ถูกควบคุมตัวหลังการรัฐประหาร 1 ก.พ พร้อมกับแสดงความ "เสียใจ" ต่อการเสียชีวิตในเหตุรุนแรง ผ่านแถลงการณ์ตามแนวทางของประธานอาเซียน โดยเรียกร้องให้มีการคลี่คลายสถานการณ์ การปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัว รวมทั้งของกระตุ้นให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหาทางออกร่วมกันโดยสันติวิธี จนกระทั่งเมื่อ 30 มี.ค. นายดอนเปิดเผยว่า ได้ประสานไปยังบรูไนในฐานะประธานอาเซียน ให้มีการจัดประชุมอาเซียน โดยประเด็นหลักคือแสวงหาหนทางที่จะทำให้เกิดสันติสุขในเมียนมา สู่ประชาชนเมียนมา และให้อาเซียนกลับมาเป็นภูมิภาคที่สงบดั้งเดิม ในขณะที่ทาทีของกองทัพไทยกลับมีต่อวันกองทัพเมียนมา เมื่อ 27 มี.ค. โดยไทยเป็น 1 ใน 8 ชาติที่ส่งผู้แทนเข้าร่วมงานทั้งช่วงเช้าในพิธีสวนสนามแสดงแสนยานุภาพ และงานกาลาดินเนอร์ในช่วงค่ำ โดย 7 ประเทศที่มีการส่งเจ้าหน้าที่ทหารเป็นตัวแทนเข้าร่วมงานวันกองทัพเมียนมาดังกล่าว ได้แก่ จีน อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ เวียดนาม ลาว และไทย ส่วนอีก 1 ประเทศคือรัสเซีย ได้ส่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเข้าร่วมงาน ซึ่งสวนทางกับท่าทีของ 12 ชาติมหาอำนาจที่ร่วมกันออกแถลงการณ์รัฐมนตรีกลาโหม 12 ประเทศ เมื่อ 28 มี.ค. ประกอบด้วย ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, แคนาดา, เดนมาร์ก, เยอรมนี, กรีซ, อิตาลี และเนเธอร์แลนด์ ได้ประณามกองทัพเมียนมา ความตอนหนึ่งว่า "กองทัพที่มีความเป็นมืออาชีพ ย่อมต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากล และมีความรับรับผิดชอบในการปกป้อง ไม่ใช่ทำร้ายประชาชนที่พวกเขาปกป้องดูแลเสียเอง" แม้ว่าการส่งเจ้าหน้าที่ทหารของกองทัพไทยเข้าร่วมในวันกองทัพเมียนมาดังกล่าว จะได้รับคำอธิบายจากผู้นำระดับสูงของไทยว่า ไม่ได้เป็นการให้การยอมรับการรัฐประหารและการเข่นฆ่าประชาชนในชาติก็ตาม หากแต่การกระทำดังกล่าว ย่อมสะท้อนถึงวิธีคิดที่แสดงออกมาจากท่าทีดังกล่าวที่ทำให้ชาติมหาอำนาจอื่นๆ รวมทั้งเพื่อนสมาชิกในอาเซียน ที่มีความไม่สบายใจและอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อประเทศไทยในมิติอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ นับตั้งแต่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา สถานการณ์ความรุนแรงได้ทวีความรุนแรง ความยุ่งเหยิงได้ขยายตัวมากขึ้นในเมืองสำคัญ ๆ และมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ที่ถูกควบคุมตัวจำนวนมาก รวมทั้งนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม เช่น นางออง ซาน ซูจี และบุคคลในรัฐบาลก่อนหลายคน นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และมีรายงานระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่า 500 คนแล้ว เหล่านี้คือการสูญเสียของคนในชาติที่แม้จะมาจากหลากหลายเผ่าพันธุ์ หากแต่ทุกศาสนาก็สอนว่า ทุกชีวิตล้วนเป็นเพื่อนมนุษย์ร่วมแผ่นดินเดียวกันที่ไม่ควรถูกตัดสินให้มีชีวิตอยู่ต่อไปหรือต้องหมดชีวิตลง ไม่ว่าจะเป็นจากฝ่ายใดก็ตาม โดยเฉพาะด้วยเพราะความเห็นต่างทางการเมือง การแสดงออกของเพื่อนร่วมชาติที่บ่งบอกถึงความเห็นต่างจากผู้ปกครองหรือต่างจากเพื่อนร่วมชาติกลุ่มอื่นใดนั้น ล้วนเป็นความสวยงามของการอยู่ร่วมกันในยุคอารยะที่เจริญแล้ว การยอมรับฟัง ร่วมคิด ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดความเห็นซึ่งกันและกัน จะช่วยลดความรุนแรงจนอาจขยายตัวถึงขั้นนองเลือดได้ การเคารพความเห็น ความคิดซึ่งกันและกัน แม้จะเป็นความเห็นที่แตกต่างกัน จะนำมาซึ่งแนวทางแก้ปัญหาในวิธีที่เรียกกันว่า สันติวิธี เพื่อลดโอกาสการใช้ความรุนแรงระหว่างกันให้เหลือน้อยที่สุด การหลั่งเลือดหรือการกดขี่ทั้งหลายจะยิ่งเพิ่มความเกลียดชังและถอยห่างออกจากสันติภาพและความสงบสุขของคนในชาติ ซึ่งนั่น ล้วนมีที่มาจากวิธีคิด ที่เป็นต้นทางสำคัญในการมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไรระหว่างผู้ปกครอง และผู้ถูกปกครอง อันจะนำมาซึ่งทางแก้ปัญหาความขัดแย้งในรูปแบบใด วิธีคิดที่เป็นอารยะในการแสวงหาทางออกของการอยู่ร่วมกันของคนในชาติเหล่านั้น คือการมองคนเห็นต่างอย่างมิตรภาพให้ได้อย่างแท้จริง มองคนเห็นต่างอย่างมิตรร่วมแผ่นดินเท่านั้น จึงจะพบทางออกของปัญหาความเห็นต่าง ความแตกแยกของคนในชาติไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ศาสนาใด และนำพาความสงบร่มเย็น นำเพื่อนร่วมชาติไปสู่ความวัฒนาถาวรในทุกๆ ด้านในที่สุด ในทางตรงข้าม หากผู้ปกครองไม่ว่าจะเป็นรัฐชาติใด มองกลุ่มคนร่วมชาติอย่างอคติ เป็นศัตรูของแผ่นดินที่ต้องถูกกำจัดให้สิ้นซากในทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะด้วยกำลังอาวุธ หรืออำนาจทางกฎหมายที่มีอยู่ในมือ ความหายนะของทุกชีวิตร่วมชาตินั้นๆ ก็จะมาถึงในเวลาไม่นานนัก
เสือตัวที่ 6 |

รวมชาติ สร้างไทย

เสือตัวที่ 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ออกแถลงการณ์เรื่องคณะรัฐมนตรีใหม่ และการเดินหน้าประเทศ เมื่อปลายปี 2563 ความตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมา พวกเราได้ร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้กับโควิดจนสำเร็จได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังต้องสู้กันต่อไปอีก เพราะปัญหาโควิดในโลกยังไม่จบ ความร่วมมือกันของทุกคนในช่วงที่ผ่านมา ได้รักษาชีวิตของผู้คนเอาไว้นับหมื่นชีวิต นอกจากนั้น ความร่วมมือกันของพวกเราทุกคน ยังช่วยรักษาเงินของประเทศเอาไว้เป็นพันๆ หมื่นๆ ล้าน ไม่ต้องถูกเอาไปใช้กับการจัดหายาและอุปกรณ์ทางสาธารณสุขมารักษาผู้ป่วย ทำให้ตอนนี้เราสามารถนำเงินนั้นมาช่วยเรื่องเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้หลายล้านครอบครัว พร้อมเชื่อว่า วิกฤติเศรษฐกิจที่เรากำลังเผชิญอยู่ จะไม่หายไปได้ในเร็ววัน ผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากต่างคาดการณ์ว่าจะต้องทนทุกข์กับวิกฤตนี้ไปจนถึงปลายปีหน้า เมื่อทั้งโลกต้องเจ็บหนักกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายกว่าครั้งไหน สิ่งที่ทำได้ คือการให้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงาน และทำทุกอย่างที่จะช่วยเหลือประชาชนให้อยู่รอดได้ ในช่วงเวลาที่เลวร้ายนี้ เราต้องให้คนที่เก่งที่สุดจากทุกภาคส่วน และจากทุกระดับของสังคม ได้มีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถ ทำงานร่วมกัน เพื่อผ่านพ้นวิกฤตโควิดนี้ไปให้ได้ และมากกว่าแค่ผ่านพ้นวิกฤตโควิด คือ ตอนนี้เราต้องทำงานร่วมกันเพื่อวางแผน และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น ด้วยวิธีการทำงานแบบ new normal ที่เรียกว่า รวมไทย สร้างชาติ นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรี ยังเน้นว่า สิ่งสำคัญของทุกวันนี้ คือ ความยุติธรรมในสังคม ความเสมอภาคภายใต้กฎหมายเดียวกัน ความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงโอกาสที่จะทำชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้นได้ และมีโอกาสที่จะแสดงศักยภาพของตัวเอง สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ แม้ว่าเราอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่เราต้องแบ่งปันความคิดความเห็นที่แตกต่างซึ่งกันและกันได้ รับฟัง ยอมรับและต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงมุมมองและสิ่งที่ตัวเองคิดที่แตกต่างหลากหลายนั้นออกมา เพื่อช่วยประเทศ นี่คือเจตนารมณ์ที่ชัดเจนยิ่งของผู้นำรัฐบาลภายใต้ พลเอก ประยุทธ์ ในการหลอมรวมผู้คนของชาติ ในยุคนี้ที่มีความแตกต่างหลากหลายมากขึ้นๆ ในแผ่นดินนี้ จากพัฒนาการของโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป ให้รวมพลังกัน มาร่วมกันสร้างชาติ นำพี่น้องร่วมชาติในประเทศนี้ฝ่าฟันความท้าทายใหม่ๆ ไปได้อย่างตลอดรอดฝั่ง ในขณะที่พัฒนาการของโลก โดยเฉพาะการรุดหน้าอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีใหม่ที่ส่งผลการรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้ในวงกว้างขวางทั่วโลกอย่างไร้ขีดจำกัด ล้วนเป็นปัจจัยส่งผลต่อกระแสความคิด ความเห็นที่แตกต่างหลากหลายมากขึ้นๆ ในอัตราเร่งเป็นทวีคูณ ความคิด ความเห็นที่แตกต่าง หลากหลายของคนในยุคนี้ จึงขยายระยะห่างจากคนในยุคก่อนหน้านี้ออกไปเรื่อยๆ หากคนในยุคก่อนไม่อาจก้าวข้ามวิธีคิดที่ตนเองเคยถูกหล่อหลอมมาให้เชื่อและคิดอย่างนั้น ซึ่งนั่นจะทำให้คนในยุคก่อนมองกลุ่มคนในยุคใหม่ในปัจจุบันว่า เป็นฝ่ายตรงข้าม เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งไม่อาจจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างในเวทีนี้ และจะต้องถูกกำจัดให้หมดไปจากสังคมโดยเร็ว แนวคิดของผู้นำประเทศตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ในการรวมไทย เพื่อร่วมกันสร้างชาติให้สามารถฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรคทั้งปวงทั้งแบบเดิมและปัญหาภัยคุกคามใหม่ๆ ในอนาคตได้อย่างดีนั้น จึงเป็นแนวคิด เป็นเจตนารมณ์ที่สอดรับกับกระแสโลกใหม่ที่ไม่อาจแยกตัวอยู่โดดเดี่ยวได้อีกต่อไป ไม่อาจเอาแพ้ เอาชนะกันและกันระหว่างกลุ่มคนที่เห็นต่างกันให้สิ้นซากไปได้ โดยนายกฯ เน้นย้ำว่า "นี่คือแนวทางที่ผมได้มอบให้คณะรัฐมนตรีใหม่ คณะรัฐมนตรีที่ต้องรวมไทยสร้างชาติ ซึ่งวันนี้ ขอพูดต่อหน้าประชาชนคนไทยทุกคนว่า กรุณาปฏิเสธความเกลียดชัง และการแบ่งแยกทางการเมือง ขอให้ปฏิเสธการเมืองแบบเก่า ที่แพร่กระจายเชื้อโรคของความแตกแยก ระหว่าง ความเชื่อที่แตกต่าง คนรุ่นใหม่-คนรุ่นเก่า คนรวย-คนจน หรือความแตกต่างอะไรก็ตามที่ถูกใส่เข้ามาในสังคมของเรา อนาคตเป็นของคนรุ่นใหม่ และอนาคตก็อยู่ในมือคนรุ่นใหม่ ให้คนรุ่นใหม่แสดงออกมาให้ทุกคนเห็นว่า เขามีพลังที่จะเดินหน้าประเทศ ไปในเส้นทางที่จะร่วมแรงร่วมใจกันทุกคนทุกฝ่าย ก้าวข้ามความคิดเห็นที่อาจจะแตกต่างกันบ้าง เพื่อช่วยแก้ปัญหาปากท้องในปัจจุบัน และก้าวไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น" แล้วในห้วงเวลานี้ เป็นห้วงของปรากฏการณ์ที่ชัดแจ้งถึงความแตกต่างทางความคิด ความแปลกแยกทางความเห็นของผู้คนต่างยุคที่เติบโตขึ้นมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย ที่แตกตัวมาจากความเห็นต่างทางความคิดของผู้คนในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ต่อยอดมาอย่างธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงไปในโลกยุคใหม่โดยที่ปรากฏการณ์ในความแตกต่างทางความคิดของคนในพื้นที่ปลายด้ามขวานของไทยกับพื้นที่อื่นๆ โดยทั่วไปในแผ่นดินนี้ ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันโดยตรง หากแต่ปรากฏการณ์ทั้งสองเป็นความแตกต่างทางความคิดเห็นทางการเมืองของคนกลุ่มหนึ่งกับคนอีกกลุ่มหนึ่งในประเทศที่นับวันจะขยายวกว้างไปเรื่อยๆ กระทั่งวันนี้ ความแตกต่างทางความคิด และความเชื่อของคนในชาติล้วนปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนขึ้น แม้ว่าในพื้นที่ปลายด้ามขวานของไทยจะมีการต่อสู้ด้วยอาวุธน้อยลงจนประหนึ่งว่ารัฐไทยเอาอยู่ หากแต่แท้ที่จริงแล้ว ความคิดที่แตกต่างเหล่านี้ ยังคงดำรงอยู่ต่อไปและกลับทวีความเข้มข้นมากขึ้น รอวันที่จะมีโอกาสต่อสู้ทางความคิดที่แตกต่างในเวทีที่เอื้ออำนวย และความแตกต่างทางความคิดของคนในชาติเหล่านั้น กลับชัดเจนและขยายตัวจากการเมืองในพื้นที่ไปสู่การเมืองระดับชาติ ซึ่งล้วนแล้วแต่จะก่อให้เกิดความแปลกแยกของคนในชาติ ตลอดจนผู้ปกครองและคนกลุ่มเห็นต่างเหล่านี้มากขึ้นๆ ความแตกต่างทางความคิดเหล่านั้น จะไม่มีวันหลอมรวมกัน หรืออยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความเห็นตามที่ผู้นำประเทศต้องการผ่านวลีสวยหรูว่า รวมไทย สร้างชาติ อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ตราบใดที่ผู้กำหนดนโยบายไม่ลงมือกระทำอย่างจริงจังในการยอมรับความแตกต่างทางความคิด ความเชื่อเหล่านั้น ซึ่งจะเป็นที่มาของความแตกแยกของคนในชาติอย่างรุนแรง และนั่นคือที่มาของการมุ่งที่จะต้องหันมา รวมคนในชาติให้เป็นหนึ่งเดียวบนความแตกต่างหลากหลายให้เป็นรูปธรรม ก่อนที่จะได้ร่วมแรงกันสร้างแผ่นดินไทยให้กล้าแข็งเพื่อสามารถเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ ได้ต่อไปในที่สุด
เสือตัวที่ 6 |

คงความพยายาม

ตีโฉบฉวย / เสือตัวที่ 6 นาย อับดุลการิม คาลิด (Abdulkarim Khalid) เป็นผู้ประกาศจุดยืนในการต่อสู้ของแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี หรือ บีอาร์เอ็น เมื่อ 13 มี.ค.64 ในวาระครบ 61 ปี ของการก่อตั้ง แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาอย่างยาวนานจวบจนครบรอบ 61 ปี ของการก่อตั้งขบวนการบีอาร์เอ็น อันเป็นชื่อย่อมาจากแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี ยังคงความพยายามในการต่อสู้กับรัฐไทยเพื่อนำอิสระการปกครองกันเองของคนในท้องถิ่นแห่งนี้อยู่ต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมานี้ จะเต็มไปด้วยขวากหนามและอุปสรรคทั้งจากสถานการณ์การสู้รบกับรัฐที่เปลี่ยนแปลงไป โดยที่กองกำลังติดอาวุธของขบวนการแห่งนี้ อาจจะอ่อนล้าหรือเพลี่ยงพล้ำกองกำลังติดอาวุธฝ่ายรัฐไปบ้าง ตลอดจนสถานการณ์จากภายนอก อันเกิดจากการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้การต่อสู้ด้วยอาวุธอันเป็นแนวทางหนึ่งในการแย่งยึดอำนาจในการปกครองกันเองของคนพื้นถิ่นแห่งนี้ต้องปรับตัว หากแต่ในแถลงการณ์ล่าสุดของขบวนการแห่งนี้ มีความชัดเจนยิ่งว่า คนระดับนำในขบวนการร้ายแห่งนี้ ไม่ได้มีความแปรปรวนไปตามความเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์สู้รบที่ผ่านมา หากแต่ว่ากลับมีความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับรัฐเพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพในการอยู่กันเองตามเป้าหมายเดิมมากขึ้นด้วยซ้ำ โดยวิเคราะห์ผ่านเนื้อหาการแถลงการณ์ล่าสุดนี้ ว่ายังคงทำลายความชอบธรรมและความตั้งใจจริงของรัฐในความพยายามในการดับไฟในพื้นที่ ที่มุ่งท้วงติง ติเตียน โจมตีโครงการพัฒนาต่างๆ ของรัฐ ในพื้นที่ โดยโจมตี บิดเบือนว่า เป็นการกระทำของรัฐที่ไม่จริงใจ หากแต่หวังดึงพี่น้องประชาชนมวลชนในพื้นที่ให้เข้าข้างรัฐมากกว่าการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง ทั้งโจมตี บิดเบือนว่าการพัฒนาต่างๆ ของรัฐ มีการร่วมรับประโยชน์จากผู้มีอำนาจกับผู้ประกอบการ เป็นต้น ทั้งยังใส่ร้าย บิดเบือนความชอบธรรมของรัฐในการพัฒนาความอยู่ดีมีสุขให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างไม่มีเหตุผลรองรับ อาทิ การกล่าวหาใส่ร้ายว่า รัฐยังมีความพยายามต่าง ๆ สำหรับการพัฒนาทางด้านสังคมเศรษฐกิจ เพื่อปลอบใจประชาชนปาตานี โครงการพัฒนาเศรษฐกิจหลายโครงการเกิดขึ้นที่แผนดินปาตานี เพื่อเบี่ยงเบนความใฝ่ฝันของประชาชน แต่โครงการเหล่านี้เกือบทั้งหมดมีส่วนที่เป็นการหลอก การเอาเปรียบและการฉวยโอกาสจากประชาชนเนื่องจากว่า โดยบิดเบือน กล่าวหาอย่างไม่มีหลักฐานว่าแก่นแท้ของโครงการเหล่านี้คือความไม่จริงใจ และอ้างเอาเองว่า โครงการใดที่จริงจังและไม่ได้ทำมาเพื่อซื้อใจประชาชนนั้น ต้องตอบสนองความต้องการของประชาชนที่นำไปสู่การใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ที่ผ่านมานั้นล้วนทำเพื่อตอบสนองผลประโยชน์ของพวกนายทุนหรือผู้หลักผู้ใหญ่ในกองทัพอย่างเดียว เหล่านี้คือความคิดอันล้าหลังสุดโต่งของคนระดับนำในขบวนการร้ายแห่งนี้ ที่พยายามบิดเบือนการกระทำใดๆ ของรัฐ เพื่อมุ่งหวังหลอกลวงชาวบ้านให้หลงเชื่อและตกเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ ขัดแย้งกับรัฐ โดยที่คนในระดับนำของขบวนการแห่งนี้ กลับสุขสบาย รอดพ้นความทุกข์ยากที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องตกระกำลำบากในการใช้ชีวิตอย่างไม่เป็นธรรม คนระดับนำเหล่านี้ยืนอยู่บนซากปรักหักพังของทุกสิ่งในพื้นที่ที่ฝ่ายรัฐพยายามสร้างสรรค์พัฒนาเพื่อความอยู่ดีมีสุขของคนในท้องถิ่นแห่งนี้ ทั้งฝ่าฝืนการดำรงอยู่อย่างสันติสุขตามแนวสอนของศาสดา โดยมีเนื้อหาสำคัญตามคำสอนของศาสดา คือ ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ ขอให้ความสันติสุขจงมีแด่ท่าน หากแต่กลุ่มแกนนำในขบวนการแห่งนี้ที่ชื่อ บีอาร์เอ็น ได้บิดเบือนคำสอนของศาสดาดังกล่าวข้างต้นให้เกิดความรุนแรงอาทิ คำแถลงการณ์ที่ว่า บีอาร์เอ็น (BRN) ก่อตั้งขึ้นมาตามอามานะห์ (หน้าที่ที่ได้รับมอบ) ที่เกิดจากความเดือดร้อนของประชาชนและความรักต่อสันติภาพ ซึ่งเป็นการต่อยอดการต่อสู้ของผู้คนในอดีตที่ต้อสู้เพื่อสิทธิความเป็นเจ้าของต่อดินแดน (hak pertuanan) และอธิปไตยของปาตานี และยังตอกย้ำแนวทางการต่อสู้ที่รุนแรงกับรัฐว่า บีอาร์เอ็นอยู่ในแนวหน้าของการเคลื่อนไหวอันแข็งแกร่งโดยมีวิสัยทัศน์ทางการเมืองที่ชัดเจนและไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย การยึดมั่นในจุดยืนและหลักการอย่างแน่นแฟ้นเป็นที่มาของการจัดตั้งขบวนการร้ายแห่งนี้ที่เข้มแข็ง โดยเรียกร้องให้มวลชนในพื้นที่ต้องยึดมั่นในเป้าหมายเดิม ก้าวเดินไปสู่จุดหมายเดิมด้วยความเข้มแข็ง โดยเน้นย้ำ ปลุกเร้าให้ประชาชนในพื้นที่กลับมาฮึกเหิม รวมพลังกันใหม่อีกครั้งอย่างเข้มแข็ง โดยอ้างว่าเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของมาตุภูมิและคุณค่าของคนในพื้นที่ให้ดีขึ้น ทั้งที่การดำเนินการทุกอย่างที่ผ่านมาหลายสิบปีของรัฐ ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า รัฐได้ทุ่มเทความพยายามอย่างแรงกล้าในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้มีชีวิตอันปกติสุข โดยการนำสันติภาพมาสู่ทุกชีวิตพื้นที่แห่งนี้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บรรดาแกนนำในขบวนการร้ายแห่งนี้ กลับพยายามบิดเบือน ทำลายความเชื่อมั่น ศรัทธา และความจริงที่กำลังขับเคลื่อนสู่พี่น้องในพื้นที่ ทั้งยังคงความพยายามในการเดินหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางสุดท้ายที่ต้องการโดยไม่สนใจในความทุกข์ยากจากความไม่สงบที่แกนนำขบวนการหยิบยื่นให้ จากสภาพการณ์ดังกล่าว จึงเล็งเห็นแล้วว่า แม้ฝ่ายรัฐจะใช้ความพยายามทำงานทุกอย่างเพื่อประโยชน์สุข สันติภาพมาสู่คนในพื้นที่ หากแต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งยังไม่ยอมรับความจริง ไม่ยอมรับความปรารถนาดีที่รัฐหยิบยื่นให้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย คนกลุ่มหัวคิดสุดโต่งของขบวนการร้ายแห่งนี้ ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความคิด ความเชื่อ ความตั้งใจเดิมๆ ไปได้เลยแม้แต่น้อย สถานการณ์ที่ดูสงบราบเรียบในห้วงเวลานี้ ฝ่ายรัฐจึงไม่อาจนิ่งนอนใจ ไม่อาจหลงไปในภาพลวงตา และภาคภูมิใจในสถานการณ์ที่ดูสงบราบเรียบได้อย่างแน่นอน ด้วยแถลงการณ์ล่าสุดในโอกาสครอบ 61 ปีของกลุ่มบีอาร์เอ็น มีเนื้อหาสาระชัดเจนยิ่งว่า แนวคิด แนวทางในการต่อสู้กับรัฐยังคงเดินหน้าต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง หากแต่ว่าจะเป็นแนวต่อสู้แบบใดนั้น ฝ่ายรัฐต้องเร่งศึกษาวิเคราะห์ให้ถ่องแท้ แต่ที่แน่ๆ อุดมการณ์ในการต่อสู้กับรัฐเพื่อบรรลุจุดหมายที่อุปโลกน์ขึ้นมานั้น ยังคงความพยายามอยู่ต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง
เสือตัวที่ 6 |

รอเวลา

เสือตัวที่ 6 แผนการฉีดวัคซีนโควิด 19 ของประเทศไทย ในระยะแรก เดือนมีนาคม – พฤษภาคม จำนวน 2 ล้านโดสนั้น จะฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, พื้นที่ควบคุมสูงสุด, พื้นที่ควบคุม และพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ใน 18 จังหวัด ได้แก่ จ.สมุทรสาคร, กรุงเทพมหานคร (ฝั่งตะวันตก), ปทุมธานี, นนทบุรี, สมุทรปราการ, จ.ตาก (อ.แม่สอด), นครปฐม, สมุทรสงคราม, ราชบุรี, ชลบุรี, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) เชียงใหม่, กระบี่, ระยอง, จันทบุรี, ตราด และเพชรบุรี โดยฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า อสม. บุคลากรด่านหน้า/เจ้าหน้าที่ที่สัมผัสผู้ป่วย ประชาชนทั่วไปและแรงงานที่มีอายุ 18-59 ปี เน้นผู้มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็ง เบาหวาน และโรคอ้วน โดยให้แพทย์เป็นผู้ประเมินและคัดเลือกจากฐานข้อมูลการเข้ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาล สำหรับวัคซีนงวดที่ 2 จำนวน 800,000 โดส จะส่งมอบในเดือนมีนาคม และงวดที่ 3 จำนวน 1 ล้านโดสในเดือนเมษายน 2564 รวมทั้งสิ้น 2 ล้านโดส โดยองค์การเภสัชกรรมได้ร่วมมือกับบริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินการจัดเก็บวัคซีนทั้ง 2 ล้านโดสนี้ ภายในห้องจัดเก็บยาเย็น และจะจัดส่งกระจายวัคซีนภายใต้มาตรฐานสากล ควบคุมอุณหภูมิไว้ไม่เกิน 2 – 8 องศาเซลเซียส ไปยังโรงพยาบาลตามแผนการฉีดให้กับประชาชนที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งบริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้การสนับสนุนแก่รัฐบาลไทยในการดำเนินงานด้านการจัดส่งและกระจายวัคซีนป้องกันโควิด 19 จำนวน 2 ล้านโดสนี้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานสถานการณ์ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564 มีผู้ได้รับวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 จำนวนทั้งหมด มากกว่า 30,000 ราย ในขณะนี้จำนวนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก เกินกว่า 300 ล้านโดสแล้ว ใช้เวลา 3 เดือนพอดีนับจากวันแรกที่มีการฉีดวัคซีนในประชากรในวงกว้าง โดยมี 114 ประเทศที่ได้รับวัคซีนแล้ว ทั้งนี้จากข้อมูลเมื่อ 8 มี.ค. พบว่า ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้ว 4,881,330 โดส ใน 8 ประเทศ โดยเรียงลำดับตามจำนวนการได้รับวัคซีนตามลำดับ ได้แก่ ลำดับที่1 สิงคโปร์ จำนวน 525,039 โดส (9.2% ของประชากร) เริ่มฉีดเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2563 ลำดับที่ 2 อินโดนีเซีย จำนวน 4,022,544 โดส (1.51% ของประชากร) เริ่มฉีดเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2564 ลำดับที่ 3 กัมพูชา จำนวน 71,185 โดส (0.43% ของประชากร) เริ่มฉีดเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2564 ลำดับ 4 มาเลเซีย จำนวน 127,608 โดส (0.39% ของประชากร) เริ่มฉีดเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2564 ลำดับ 5 พม่า จำนวน 104,664 โดส (0.2% ของประชากร) เริ่มฉีดเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2564 ลำดับ 6 ไทย จำนวน 27,497 โดส (0.05% ของประชากร) เริ่มฉีดเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2564 จากข้อมูลตัวเลขประชากรในแต่ละประเทศที่ได้รับวัคซีนทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยเองพบว่า ยังมีจำนวนผู้มีภูมิคุ้มกันจากภัยคุกคามของไวรัสโควิดตัวนี้ในสัดส่วนที่น้อยมาก ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง และหากรวมถึงปัญหาจากผลข้างเคียงจากการรับวัคซีนของคนในโลกด้วยอาการที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน ย่อมทำให้อัตราการได้รับวัคซีนเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันจากไวรัสตัวนี้น้อยลงไปด้วย จากข้อมูลตั้งแต่มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดพบส่า ความเร็วในการฉีดวัคซีน สูงที่สุด 10 อันดับแรก (เฉลี่ยล่าสุด) ได้แก่ อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา (วันละ 2.16 ล้านโดส) อันดับ 2 สหภาพยุโรป (วันละ 1.10 ล้านโดส) อันดับ 3 อินเดีย (วันละ 0.95 ล้านโดส) อันดับ 4 จีน (วันละ 0.60 ล้านโดส) อันดับ 5 รัสเซีย (วันละ 0.51 ล้านโดส) อันดับ 6 บราซิล (วันละ 0.39 ล้านโดส) อันดับ 7 สหราชอาณาจักร (วันละ 0.35 ล้านโดส) อันดับ 8 เยอรมนี (วันละ 0.22 ล้านโดส) อันดับ 9 อินโดนีเซีย (วันละ 0.20 ล้านโดส) และอันดับ 10 ตุรกี (วันละ 0.19 ล้านโดส) ซึ่งแสดงให้เห็นได้ชัดว่า อัตราความเร็วในการได้รับวัคซีนเพื่อเป็นภูมิต้านทานไวรัสร้ายตัวนี้ต่ำมาก ทั้งยังไม่รวมอาการอันไม่พึงประสงค์ที่พร้อมจะเกิดขึ้นกับทุกคนได้ โดยในประเทศไทยมีรายงานผู้ที่มีอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีน คิดเป็นร้อยละ 7.96 ของผู้รับวัคซีนทั้งหมด เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ เป็นปัญหาใหม่ เป็นภัยคุกคามต่อมวลมนุษยชาติตัวใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การคิดค้นวัคซีนในการป้องกันโรคร้ายตัวนื้ จึงเป็นเรื่องใหม่ที่มิอาจส่งผลข้างเคียงต่อผู้รับยาได้ง่ายมาก ซึ่งยังไม่รวมถึงการพัฒนาสายพันธุ์ หล่อหลอม แตกตัว กลายพันธุ์ของไวรัสร้ายพันธุ์ใหม่ตัวนี้ได้อย่างต่อเนื่องสิ่งนี้ย่อมเป็นปัญหาอุปสรรคของมนุษย์ในการพยายามคิดค้นวัคซีนตัวใหม่ให้สามารถเอาชนะภัยคุกคามที่กลายพันธุ์เหล่านี้ไปให้ได้ไม่สิ้นสุด ความพยายามของทุกชีวิตจึงต้องดำเนินต่อไปเพื่อความอยู่รอด การต่อสู้ระหว่างกันจึงไม่อาจคาดเดาจุดจบของสงครามครั้งใหม่นี้ได้ หากแม้ว่ามนุษย์จะสามารถกำราบไวรัสตัวนี้ได้ ก็คงหยุดยั้งได้ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น และช่วงเวลานั้น คือช่วงเวลาของการรอเวลาในการฟักตัว ต่อเติมศักยภาพใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อให้สามารถยืนหยัดเผ่าพันธุ์ของตนเองให้ได้ต่อไป และการกลับมาครั้งใหม่ของสิ่งมีชีวิตตัวนี้ หรือเผ่าพันธุ์ใหม่นี้ ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า ศักยภาพในการทำลายล้างของมันต้องรุนแรง แข็งแรงกว่าเดิม ด้วยมันต้องเอาชนะฝ่ายตรงข้ามที่เคยทำให้มันพ่ายแพ้ และการต่อสู้ในทำนองนี้ ก็สามารถเทียบเคียงได้ในเวทีปลายด้ามขวาน ที่ทุกวันนี้ ดูประหนึ่งว่า ฝ่ายขบวนการเห็นต่างจากรัฐ ได้ถูกยาปฏิชีวนะของรัฐในการหยุดยั้งกระแสของการต่อสู้ลงได้อย่างเห็นได้ชัด เหตุร้ายรายวันได้ลดน้อยถอยลงจนแทบหมดสิ้นไป พลังอำนาจในการขับเคลื่อนการแบ่งแยกผู้คนแทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย หากแต่แท้ที่จริงแล้ว เวทีของสนามต่อสู้ในเวลานี้ กลับเคลื่อนย้ายไปสู่สนามรบที่คนระดับแกนนำขบวนการเห็นแล้วว่า เป็นสนามต่อสู้ที่พวกเขาจะยังคงต่อสู้เพื่อเดินหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางได้ สันติภาพตามแนวทางของสันติวิธี ล้วนเป็นคำสวยหรูที่ฝ่ายขบวนการร้ายแห่งนี้ ใช้เป็นวาทกรรมในการต่อสู้กับรัฐมาอย่างยาวนาน ผ่านกระบวนการของภาคประชาสังคมที่มีมากมายหลายกลุ่ม ซึ่งล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายสำคัญคือ ยุทธศาสตร์การได้มาซึ่งเป้าหมายในการปกครองดูแลกันเองโดยไม่ต้องใช้อาวุธอย่างที่พยายามทำกันมาในอดีต การต่อสู้ทางความคิดผ่านกระบวนการภาคประชาสังคมในพื้นที่กลับมีการขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นขึ้น ภาพแห่งความสงบสันติ จึงเป็นภาพที่รัฐไม่อาจหลงระเริงในความสำเร็จได้ เพราะในระหว่างที่ยาปฏิชีวนะและวัคซีนที่ค้นพบของรัฐ กำลังส่งผลให้ไวรัสร้ายในพื้นที่ดูจะหยุดยั้งลงได้ หากแต่ห้วงเวลานี้ เป็นห้วงเวลาของการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการต่อสู้ของขบวนการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่พวกเขาไม่อาจแข็งขืนก้าวเดินตามแนวทางเดิมต่อไปได้ และห้วงเวลาแห่งความสงบราบเรียบนี้ กลับเป็นห้วงเวลาสำคัญในการหล่อหลอมฟูมฟักพละกำลังในการต่อสู้ครั้งใหม่ รอเวลาที่จะกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม
เสือตัวที่ 6 |

เฝ้าระวัง กลายพันธุ์

เสือตัวที่ 6 สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ทุกสายพันธุ์ ย่อมมีธรรมชาติแบบเดียวกันอยู่ไม่กี่อย่าง หากแต่ประการสำคัญคือการต่อสู้เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ต่อไป และการขยายเผ่าพันธุ์ ซึ่งนั่นจึงเป็นที่มาของการต้องเสพอาหารเพื่อความอยู่รอด และการขยายเผ่าพันธุ์ออกไปให้มากที่สุดไม่ว่าจะโดยวิธีการใด แม้กระทั่งการพัฒนาตัวเองเพื่อการดำรงอยู่และการขยายพวกพ้องเผ่าพันธุ์ของตน ซึ่งสิ่งมีชีวิตทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งไวรัสชนิดใดๆ รวมทั้งไวรัสชนิดใหม่ที่มนุษย์เรียกมันว่า ไวรัสโคโรนา 2019 ที่ต้องมีธรรมชาติในการดำรงชีวิตและขยายเดผ่าพันธุ์ออกไปให้ได้โดยการกลายพันธุ์เพื่อความอยู่รอดของมัน ธรรมชาติในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่ประการใด เพราะมันเป็นธรรมชาติของทุกชีวิตบนโลกใบนี้ มิฉะนั้น มันจะสูญพันธุ์ในที่สุด และไวรัส COVID-19 ที่ต้องพัฒนาตัวเองเพื่อการต่อสู้กับยาปฏิชีวนะของมนุษย์โลก จึงเป็นธรรมชาติที่มนุษย์เรียกมันว่า การกลายพันธุ์ ที่กำลังเกิดขึ้น แม้ว่ามนุษย์จะคิดค้นวัคซีนในการปกป้องชีวิตจากการคุกคามของไวรัสตัวนี้ในรูปแบบใด หากแต่เมื่อใดที่ไวรัสตัวนี้ได้เรียนรู้ศัตรูตัวใหม่นี้อย่างถ่องแท้แล้ว มันจะพัฒนาศักยภาพการต่อสู้ของตัวมันเองเพื่อเอาชนะความพยายามของศัตรูของมันให้ได้อย่างไม่สิ้นสุด และในวันนี้ สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นความท้าทายความสามารถของมนุษย์ที่จะเฝ้าระวังและเรียนรู้ศักยภาพของไวรัสกลายพันธุ์ตัวใหม่นี้ได้รวดเร็วแค่ไหน โดยเมื่อกลางเดือน ก.พ.64 กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในการแถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่า ปกติไวรัสมีการกลายพันธุ์อยู่แล้วตามธรรมชาติ เพียงแต่การกลายพันธุ์ในมนุษย์บางคนหรือในสัตว์ อาจจะทำให้เกิดการกลายพันธุ์ที่เร็วกว่าการกลายพันธุ์ปกติ และการระบาดในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลกอาจจะทำให้มีการคัดเลือกสายพันธุ์เฉพาะถิ่นขึ้นอันเป็นธรรมชาติของไวรัส นอกจากนั้น ปัจจุบันมีการรายงานสายพันธุ์ที่พบและต้องเฝ้าระวังทั่วโลก โดยมีคำแนะนำว่าจะต้องเฝ้าระวัง 3 สายพันธุ์ที่อาจจะมีปัญหา คือ ไม่ใช่ไวรัสที่ปกติ แต่เป็นไวรัสที่กลายพันธุ์ ประกอบด้วย 1. สายพันธุ์ B.1.1.7(GR,G) ประเทศที่พบครั้งแรกในอังกฤษ เมื่อเดือนกันยายน 2563 ส่วนใหญ่อยู่ในอังกฤษ มีการกระจายไปในประเทศอเมริกา และประเทศอื่นๆในยุโรปแล้ว โดยตำแหน่งที่กลายพันธุ์เป็นตำแหน่งพิเศษ อยู่บนผิวไวรัส ทำให้ไวรัสมีคุณสมบัติจับผิวเซลล์มนุษย์ได้ดีขึ้น อีกทั้ง ในห้องทดลอง พบว่าไวรัสมีประสิทธิภาพในการแบ่งตัวดีขึ้น เพราะฉะนั้น ไวรัสในโพรงจมูกก็จะมาก ติดเชื้อง่าย นอกจากนี้ ปัจจุบันมีหลักฐานจากรพ.อังกฤษหลายแห่งเห็นว่าสายพันธุ์นี้สัมพันธ์กับอัตราการป่วยและเสียชีวิตมากกว่าเดิมเล็กน้อย 2.สายพันธุ์B.1.351(GH,G) ประเทศที่พบครั้งแรกที่ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อเดือนตุลาคม 2563 ทำให้ไวรัสจับตัวเซลล์ได้ดีขึ้น ติดเชื้อง่ายขึ้น อาจจะสามารถหนีภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น อาจจะมีผลต่อประสิทธิภาพวัคซีนลดลง เพราะเป็นวัคซีนที่พัฒนาโดยใช้สายพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งมีหลายประเทศมีการทดสอบวัคซีน พบว่าประสิทธิภาพวัคซีนลดลงเมื่อมีผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้ ซึ่งปัจจุบันพบสายพันธุ์นี้ในหลายประเทศของทวีปแอฟริกาใต้ 3.สายพันธุ์P.1(GR) ประเทศที่พบครั้งแรกคือประเทศบราซิล เมื่อธันวาคม 2563 โดยพบว่าพลาสมาหรือระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์จับกับไวรัสเหล่านี้ได้น้อยลงจริงๆ เมื่อเทียบกับไวรัสสายพันธุ์ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเหล่านี้ ขณะที่ทั่วโลกเฝ้าระวัง 3 สายพันธุ์ที่กำลังกลายพันธุ์เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ของมันเองและกำลังเป็นปัญหาให้กับมวลมนุษยชาติทั่วโลก เพราะเป็นไวรัสกลายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าไวรัสพันธุ์ใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นในโลกมาก่อนหน้านี้ และนี่คือธรรมชาติของทุกชีวิตที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อการดำรงชีวิตและบรรลุเจตนารมณ์ของกลุ่มตนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก รพ.จุฬาฯ กล่าวว่า มีผู้ป่วยไทยรายแรกเดินทางกลับจากแทนซาเนีย พบติดโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้ และความน่ากลัวของสายพันธุ์แอฟริกาใต้นี้ คือ มีผลต่อการตอบสนองของวัคซีนได้ลดลง แต่ไม่ใช่ประสิทธิภาพของวัคซีนจะป้องกันไม่ได้เลย ยังสามารถป้องกันความรุนแรงของโรคได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม มนุษย์ก็ต้องมีการพัฒนาวัคซีนปรับปรุงวัคซีนทุกๆ 1 -2 ปี ลักษณะเดียวกับการทำวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่เคยมีมา และประเทศที่สนใจต้องเฝ้าระวังมากเป็นพิเศษคือ แอฟริกาใต้ อังกฤษ และบราซิล เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้คนไทยมีโอกาสติดเชื้อที่กลายพันธุ์หลุดรอดเข้ามาแพร่เชื้อกลายพันธุ์นี้ ซึ่งจะมีผลต่อการใช้วัคซีนในอนาคตอย่างแน่นอน การยับยั้งการแพร่เชื้อจากคนสู่คนนั้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม่เกิดการกลายพันธุ์เป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ยากจะควบคุมได้ เหล่านี้คือสิ่งยืนยันว่า สิ่งมีชีวิตต้องการการอยู่รอดดำรงเผ่าพันธุ์ แม้ว่าจะต้องต่อสู้ด้วยวิธีการใดๆ สิ่งมีชีวิตทุกอย่างจะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้มีโอกาสมากขึ้นในการอยู่รอดและเดินหน้าดำรงเผ่าพันธุ์ของพวกมันต่อไป ไม่เว้นแม้กระทั่งมนุษย์เอง ที่ต้องต่อสู้ดิ้นรน ปรับตัวเองให้สอดรับกับสภาวะแวดล้อมในขณะนั้นๆ ใหม่เพื่อความอยู่รอดของชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง และธรรมชาติในการกลายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าไวรัส COVID-19 นั้น ก็สามารถเทียบเคียงให้เห็นในแง่ของมิติความมั่นคงรูปแบบเดิมจากการต่อสู้ดิ้นรนของกลุ่มคนเห็นต่างจากรัฐในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ที่กำลังเรียนรู้สภาวการณ์ในปัจจุบันจนแน่ใจแล้วว่า การต่อสู้ในรูปแบบเดิมอย่างที่ผ่านมาตลอดหลายสิบปี กำลังถูกฝ่ายตรงข้าม(ฝ่ายรัฐ) ปรับตัวและค้นพบวิธีการหรือแนวทางที่จะจำกัดการต่อสู้ของขบวนการของพวกเขาได้อย่างเป็นผล นักคิดในขบวนการแห่งนี้ จึงต้องมีการปรับตัว พัฒนาศักยภาพการต่อสู้ของกลุ่มตนเพื่อการดำรงอยู่และขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐไปให้ได้อย่างทรงพลังต่อไป และการต่อสู้ของคนในขบวนการที่ดำเนินมาหลายสิบปี คงจะไม่สูญพันธุ์สยบยอมไปง่ายๆ หากแต่พวกเขากำลังปรับตัว กลายพันธุ์เพื่อแสวงหาแนวทาง วิธีการต่อสู้กับรัฐอย่างใหม่ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด สถานการณ์ความรุนแรงด้วยอาวุธแบบเดิมที่ดูจะเบาบางลง จึงไม่อาจวางใจได้ว่า ชัยชนะของรัฐใกล้มาถึงแล้ว เพราะห้วงเวลานี้ เป็นห้วงเวลาของการกลายพันธุ์และฟักตัวเพื่อการเข้าต่อสู้กับรัฐในรูปแบบใหม่ที่เป็นโอกาสใหม่สำหรับพวกเขา ซึ่งหากรัฐโดยฝ่ายความมั่นคงไม่ตระหนักในการเฝ้าระวัง ค้นหาการกลายพันธุ์ของคนในขบวนการเหล่านี้ ย่อมเป็นมหันตภัยที่ใหญ่และรุนแรงกว่าการต่อสู้ในครั้งก่อน
เสือตัวที่ 6 |

จุดหมายเดียวกัน

เสือตัวที่ 6 ขบวนการต่อสู้กับรัฐในพื้นที่ปลายด้ามขวานยังคงปฏิบัติการต่อสู้อยู่ต่อไปอย่างไม่ลดละ ด้วยการกระทำอย่างเป็นกระบวนการพร้อมๆ กันในหลากหลายรูปแบบ หลากหลายเวที หลากหลายมิติการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ด้วยความรุนแรงจากการใช้อาวุธ เพื่อสร้างความไม่สงบ ก่อให้เกิดความขัดแย้งด้วยอาวุธระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐหรือรัฐกับผู้คนในพื้นที่ท้องถิ่น เพื่อหวังจะสื่อสารไปถึงประชาคมโลกให้เห็นในประเด็นของความขัดแย้งด้วยอาวุธอย่างรุนแรง อันเป็นเงื่อนไขประการหนึ่งในการเรียกร้องสิทธิการกำหนดใจตนเอง (RSD) ตามแนวทางของประชาคมระหว่างประเทศ ควบคู่กับการต่อสู้ในมิติทางสังคมวัฒนธรรมเพื่อสร้างความเห็นต่างให้เกิดขึ้นในหมู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่รุ่นแล้วรุ่นเล่าว่า คนในพื้นที่เป็นชาติพันธุ์ของตนเองและมีความแตกต่างจากคนในพื้นที่อื่นของประเทศ ทั้งเรื่องวิถีชีวิต ความเชื่อ รวมทั้งเผ่าพันทางประวัติศาสตร์ เพื่อสื่อให้ประชาคมโลกเห็นถึงความมีเอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์เฉพาะคนในพื้นที่ท้องถิ่นตนเอง ซึ่งแตกต่างอย่างมากกับคนในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ อันเป็นเงื่อนไขประการหนึ่งในการเดินหน้าเข้าสู่การการเรียกร้องสิทธิการกำหนดในตนเอง (RSD) ตามแนวทางของประชาคมระหว่างประเทศ ควบคู่กับการเรียกร้องให้เห็นถึงการละเลยหรือการปกครองจากรัฐที่เลือกปฏิบัติต่อพวกเขาอันเป็นคนในพื้นที่ท้องถิ่น การสร้างเงื่อนไขประเด็นการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการดำเนินการต่างๆ ของรัฐ แม้ว่าจะเป็นการพัฒนาความเป็นอยู่หรือการสนับสนุนช่วยเหลือการดำรงชีวิตการทำมาหาเลี้ยงชีพของคนในพื้นที่โดยรัฐ ก็ยังมีความพยายามในการหาช่องว่างของการดำเนินการต่างๆ ของรัฐ ในการชี้ช่องให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมของรัฐ จนขยายผลถึงขั้นการละเมิดสิทธิมนุษยชนคนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เป็นแนวร่วมหรือกองกำลังติดอาวุธที่มีการออกหมายจับหรือการควบคุมตัว อันเป็นการบังคับใช้กฎหมายของรัฐตามกระบวนการยุตธรรมก็ตาม แต่มักจะมีแนวร่วมขบวนการคอยหาช่องว่างหรือสร้างเรื่องให้สื่อไปถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนคนในพื้นที่ท้องถิ่นอย่างกว้างขวางในพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อมุ่งสู่การชี้ให้ประชาคมโลกเห็นว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนคนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง อันเป็นอีกเงื่อนไงหนึ่งในการเรียกร้องสิทธิการกำหนดใจตนเอง (RSD) ตามแนวทางของประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งความพยายามในการต่อสู้ของคนในขบวนการแบ่งแยกดินแดนเหล่านี้ ยังคงดำรงความมุ่งหมายไปยังจุดหมายเดียวกันอย่างเข้มข้น นั่นคือการเดินหน้าไปสู่การมีอิสระในการปกครองตนเองของคนในพื้นที่โดยบรรดาแกนนำขบวนการทั้งหลายทั้งในพื้นที่ท้องถิ่นแห่งนี้ และพื้นที่ศูนย์กลางการปกครองประเทศ ตลอดจนในองค์กรประชาคมระหว่างประเทศอย่างแนบเนียน การแยกกันเดิน แต่ร่วมกันดำเนินการต่อสู้กับรัฐ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันนั้น ดำเนินการโดยคนจากหลากหลายกลุ่มที่ถูกจัดตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจและที่ร่วมขบวนการโดยไม่ตั้งใจ อาทิเช่น การต่อสู้เพื่อสร้างความไม่สงบในพื้นที่จากหลายหลายแนวทางด้วยกองกำลังติดอาวุธ โดยการสนับสนุนของผู้คนที่เป็นแนวร่วมขบวนการในพื้นที่และนอกพื้นที่นั้น มีปรากฏการณ์อย่างต่อเนื่อง แม้จะดูห่างหายเบาบางลงด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป หากแต่หาได้หมดสิ้นไปเสียทีเดียวไม่ แม้กระทั่งต้นปี 2564 ก็มีเหตุการณ์คนร้ายลอบก่อเหตุป่วน 3 อำเภอของ จ.นราธิวาส โดยเมื่อเวลาประมาณ 07.40 น. ได้ซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัดกองร้อย ทพ.4516 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจร่วมในการตรวจ COVID-19 เหตุเกิดในพื้นที่ ม.7 บ.บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อ 31 ม.ค.2564 การสร้างความไม่สงบด้วยความรุนแรงในกรณีที่คนร้ายจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง บริเวณบ้านไอร์กาแซ ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ซึ่งฝังไวัใต้พื้นถนนจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ศรีสาคร ถูกแรงระเบิดกระเด็นพลิกคว่ำและพังเสียหาย นอกจากนี้ยังส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รับบาดเจ็บทันที 5 นาย และเหตุร้ายต่อมาเมื่อ วันที่ 6 ก.พ.คนร้ายสองคนขับขี่รถ จยย. ไล่ยิงชาวบ้านที่ขับรถยนต์มาตามเส้นทางบริเวณถนนหน้ามัสยิดบ้านบากู ต.บากู อ.ทุ่งยางแดง จนได้รับบาดเจ็บ แม้จะมีเด็กชายวัย 10 ขวบนั่งมาด้วยอันเป็นความพยายามในการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ให้ยังคงครุกรุ่นอยู่ต้อไป และเมื่อ 13 ก.พ.64 ขณะที่กำลังพลทหารพราน นั่งรถกระบะหุ้มเกราะกลับฐานที่ อ.ระแงะ นราธิวาส ถึงสะพาน ถูกคนร้ายที่ซุ่มในพงหญ้ารกริมทาง กดระเบิดแสวงเครื่องประกอบไว้ในถังแก๊สขนาด 25 กก. ทำให้ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และในวันเดียวกัน มีเหตุคนร้ายลอบขว้างระเบิดข้ามกำแพงจากฝั่งโรงเรียนรือเสาะวิทยา ม.2 ต.รือเสาะ เข้าไปตกที่บริเวณถังใส่ขยะข้างลานจอดรถของแฟลตเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ ทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถใต้ถุนแฟลตได้รับความเสียหาย 3 คัน จากทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่างของความพยายามดำรงความไม่สงบให้เกิดขึ้นในพื้นที่โดยกองกำลังติดอาวุธหัวรุนแรง พร้อมๆ กับตัวเล่นในอีกมิติหนึ่งซึ่งก็คือการพยายามสร้างเงื่อนไขทางสังคมวัฒนธรรม เพื่อสร้างความเห็นต่างให้เกิดขึ้นในหมู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยแนวร่วมในนามของกลุ่มคนทั้งเอกชน (NGO) และภาคประชาสังคม (CSO) ที่แฝงตัวอยู่ในสถานศึกษาในพื้นที่ และนอกพื้นที่ ตลอดจนแฝงตัวอยู่ในกลุ่มทางสังคมต่างๆ หลากหลายรูปแบบ เพื่อดำเนินการแยกกันเดิน แต่ร่วมกันตี เพื่อเป้าหมายเดียวกันนั่นคือการมีอิสระในการปกครองดูแลกันเองของคนในขบวนการร้ายแห่งนี้ และที่สำคัญคือ กลุ่มคนระดับนำที่เป็นถึงอาจารย์และนักวิชาการในสถาบันระดับอุดมศึกษาในพื้นที่ ที่แฝงตัวอยู่เป็นตัวช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนการต่อสู้ทางความคิด ผ่านเวทีทางวิชาการทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ตลอดจนแฝงตัวอยู่ในกลุ่มตัวแทนของรัฐบาลในการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ผ่านการต่อสู้ทางความคิดในรูปแบบต่างๆ อย่างแยบยล หากแต่มีเป้าหมายเพื่อการสนองตอบความมุ่งประสงค์สูงสุดในการต่อสู้ของขบวนการ นั่นคือ การได้ผลสำเร็จมาโดยไม่ต้องรบ ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการให้สิทธิในการดำรงอยู่ตามวิถีที่คนในพื้นที่ต้องการ การยอบรับการใช้กฎหมายทางศาสนาเป็นกติกาสำคัญในการใช้ชีวิตของคนในพื้นที่ และรวมถึงการยอมรับในการใช้ภาษาถิ่นเป็นภาษาราชการในโอกาสต่อไป พร้อมๆ กับการขับเคลื่อนการต่อสู้ผ่านกลุ่มตัวแทนแนวร่วมในรูปแบบนักการเมืองท้องถิ่นที่มีอำนาจเงินงบประมาณอยู่ในมือ นักการเมืองระดับพื้นที่ที่มีพรรคการเมืองต้นสังกัดเป็นตัวแทนที่มีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยออกกติการะดับชาติและนโยบายสาธารณะที่เกื้อกูลต่อการบรรลุจุดหมายเดียวกัน นั่นคือการปกครองกันเองของคนเหล่านี้ได้ในที่สุด
เสือตัวที่ 6 |