ข่าวการยุบองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังจากที่มีเพจออกมาขอความเห็นยุบอบต.อ้างเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณและลดการโกง ซึ่งการอภิปรายเรื่องการยุบ อบต. เป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนและได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วนในสังคมไทย โดยมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและคัดค้าน ซึ่งแต่ละฝ่ายมีเหตุผลที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งในด้านการบริหารจัดการท้องถิ่นและการให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ ในรายงานพิเศษนี้จะวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการยุบหรือควบรวม อบต. พร้อมสรุปผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจนี้ โดยเน้นที่ 4 มิติที่สำคัญ ได้แก่ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และกฎหมาย
จุดกำเนิดและพัฒนาการขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2537 ตาม พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีเป้าหมายสำคัญในการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น เพื่อเพิ่มความใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นกับประชาชน ทั้งนี้ อบต.มีอำนาจในการบริหารงานด้านต่างๆ เช่น การจัดการบริการสาธารณะ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรม รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในชุมชน ปัจจุบันไทยมี อบต. จำนวนมากถึง 5,291 แห่ง คิดเป็น 67% ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดทั่วประเทศ (ข้อมูลจาก DLA NLC, 8 ก.ค. 2568)
อำนาจหน้าที่หลักของ อบต. ตามพระราชบัญญัติที่กำหนด อบต. มีอำนาจในหลายด้าน เช่น งานบริการสาธารณะ เช่น การสร้าง-ซ่อมถนน การป้องกันโรคติดต่อ และการบรรเทาสาธารณภัย การส่งเสริมคุณภาพชีวิต เช่น การพัฒนาสตรี-เด็ก-ผู้สูงอายุ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมการพัฒนาสมรรถนะท้องถิ่น เช่น การจัดท่อประปา การส่งเสริมเกษตรกรและการพัฒนาท่องเที่ยว ทั้งนี้ อบต. มักประสบปัญหางบประมาณที่จำกัดจากภาษีท้องถิ่นและเงินอุดหนุนจากรัฐ ทำให้การดำเนินการบางด้านมีข้อจำกัดในการทำงาน
เหตุผลที่สนับสนุนการยุบหรือควบรวม อบต. การยุบหรือควบรวม อบต. ขนาดเล็กเพื่อให้รวมเป็นเทศบาลตำบลได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย โดยเหตุผลที่สำคัญได้แก่:
ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพ: การควบรวมจะช่วยลดการซ้ำซ้อนในการให้บริการและการใช้งบประมาณในพื้นที่ที่มีการทำงานซ้ำกันระหว่าง อบต. และเทศบาล
การสนับสนุนจากผู้นำท้องถิ่น: ผลสำรวจจากการสัมมนาทางวิชาการพบว่า ผู้นำท้องถิ่นกว่า 83% เห็นด้วยกับการยุบ อบต. และรวมเป็นเทศบาลเพื่อการบริหารจัดการที่ง่ายขึ้นและบริการที่เท่าเทียม
แนวโน้มการปฏิรูปท้องถิ่น: กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเสนอให้ยกฐานะ อบต. เป็นเทศบาลทั้งหมด เพื่อให้การกระจายอำนาจและงบประมาณเป็นธรรมมากขึ้น
เหตุผลที่คัดค้านการยุบหรือควบรวม อบต. การยุบ อบต. ไม่ได้เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย โดยมีข้อกังวลดังนี้:
ความใกล้ชิดกับประชาชน: อบต. เป็นองค์กรที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดและสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล
ผลกระทบต่อการจ้างงาน: การยุบ อบต. อาจส่งผลให้พนักงานท้องถิ่นจำนวนมากตกงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น
ข้อจำกัดทางกฎหมาย: การยุบหรือควบรวม อบต. ต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำให้กระบวนการนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ง่าย
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการยุบ อบต. การยุบหรือควบรวม อบต. จะส่งผลกระทบในหลายมิติ: การเมืองท้องถิ่น: การลดจำนวนผู้แทนจากแต่ละหมู่บ้านอาจทำให้เสียงประชาชนถูกกระจุกตัว และลดความหลากหลายในการแสดงความคิดเห็น
เศรษฐกิจและงบประมาณ: งานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จะทำได้สะดวกขึ้นในระบบเทศบาล แต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอาจสูงขึ้นหากไม่ควบคุม
สังคมและวัฒนธรรม: การรวม อบต. อาจส่งผลกระทบต่ออัตลักษณ์ของชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งอาจไม่เหมาะสมกับระบบเทศบาลที่ใหญ่กว่า
กระบวนการกฎหมาย: การเปลี่ยนแปลงต้องผ่านการประชาพิจารณ์หรือประชามติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ทางเลือกเชิงนโยบาย มีทางเลือกหลายแนวทางในการปฏิรูป อบต. โดยมีข้อดีและความเสี่ยงต่างกัน: ควบรวมทั้งหมดทันที: ลดความซ้ำซ้อนและทำให้การบริหารจัดการง่ายขึ้น แต่มีความเสี่ยงในการต่อต้านจากประชาชนและการสะดุดบริการ สมัครใจหรือตามเกณฑ์ขนาด: เคารพบริบทพื้นที่แต่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ปรับโครงสร้างงานโดยไม่ยุบหน่วย: คงตัวแทนชุมชนและยกมาตรฐานบริการผ่านโมเดล “Cluster Service” แต่ยังคงมีซ้ำซ้อนบางส่วน
ผศ.(พิเศษ) ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกอบต.คลองสาม และนายกสมาคมอบต.แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากกรณีที่มีเพจดังขอความคิดเห็นหากมีการยุบอบต.เพื่อประหยัดงบประมาณและลดการโกง ซึ่งท้องถิ่นทั่วประเทศโดยเฉพาะอบต.เขาก็มีความรู้สึกเหมือนกันว่าการที่ออกมาให้มีการยุบอบต. มีวัตถุประสงค์อะไร โดยเฉพาะอบต.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เล็กที่สุดและอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด มากกว่าส่วนภูมิภาคมากกว่าส่วนกลาง คนจะเจ็บ คนจะป่วย น้ำไม่ไหล ไฟไหม้ต่างๆ ขึ้นอยู่กับอบต.ทั้งหมด ทางประชาชนในพื้นที่ ก็เข้ามาหานายกอบต. เข้ามาหาสมาชิกสภาอบต. และบางครั้งสมาชิกสภาอบต.ก็เข้าไปหาประชาชนด้วยสอบถามความเดือดร้อนของประชาชน
“อย่างที่อบต.คลองสามนี้มีหน้าที่บริการประชาชน การที่มีการขอความคิดเห็นว่าจะยุบอบต.ทั่วประเทศนั้นท่านคิดได้อย่างไร มันทำให้ความรู้สึกของเจ้าหน้าที่อบต.ทั่วประเทศ นั้นรับไม่ได้ ซึ่งการยุบอบต.นั้นต้องว่ากันด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ และถามความคิดเห็นของประชาชน การที่มาเขียนแบบนี้แสดงว่าคุณไม่ได้ศึกษาเรื่องกฎหมายบริบทของท้องถิ่นเขาทำหน้าที่อะไร กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2540 เขียนว่าจะต้องมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น วันดีคืนดีมาบอกว่าน่าจะมีการรวมอำนาจ ก็อยากฝากบอกเพจที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยว่าคุณคิดได้อย่างไร” นายกสมาคมอบต.แห่งประเทศไทย กล่าว
ด้านนายวัฒนา โตอ่วม พนักงานภารกิจ กองการศึกษาอบต.คลองสาม ปทุมธานี บอกว่า ตนเองก็เพิ่งจะเห็นเหมือนกันว่าที่มีข่าวว่าจะยุบอบต. ตนเองไม่เห็นด้วย ซึ่งถ้ายุบอบต. คนอีกหลายแสนคนจะต้องตกงานทันที เขาเคยคิดบ้างไหมว่าทุกวันนี้เศรษฐกิจมันไม่ดีอยู่แล้วและพนักงานที่เป็นของอบต. เมื่อยุบหมดแล้วจะทำอะไรต่อไป ซึ่งตนเองก็อยากให้เขาคิดใหม่พนักงานอบต.มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน น้ำไม่ไหล ส้วมเต็ม ทางอบต.คลองสามก็เข้าไปช่วยเหลือตลอดและบริการตลอด ถ้าไม่มีอบต.แล้วทางด้านประชาชนจะทำยังไง
บทสรุป การยุบ อบต. เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยต้องคำนึงถึงผลกระทบทั้งในด้านการบริหารจัดการ การให้บริการประชาชน และผลกระทบต่อบุคลากรท้องถิ่น การตัดสินใจต้องสอดคล้องกับกฎหมายและความต้องการของประชาชน พร้อมทั้งการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่จะนำไปสู่การปฏิรูปท้องถิ่นอย่างยั่งยืน



