“ปชน.” อัดรัฐบาลไม่จริงใจถอน “กาสิโน” แต่เป็นแทกติกสภาฯกลัวถูกโหวตคว่ำมากว่าเพราะเสียงปริ่มน้ำ

สยามรัฐออนไลน์

วันที่ 9 ก.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย สส.พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวภายหลังสภามีมติถอนร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถาบันเทิงครบวงจรหรือ เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ออกจากระเบียบวาระ ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งพวกเราจะใช้กลไกสภาทุกอย่างเมื่อเช้านี้ทั้งหมด แสดงออกว่ารัฐบาลขาดความจริงใจ ประกอบกับผลโหวตที่ออกมา เราเห็นแล้วว่า รัฐบาลมีแค่ประมาณ 250 กว่าเสียงเท่านั้นเอง หากหักลบกันกับพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดบ้างที่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจน ว่าไม่สามารถเห็นด้วยกับพ.ร.บ.ดังกล่าวได้ จะพบว่า หาก พ.ร.บ.นี้ เข้าสู่วาระที่หนึ่ง มีโอกาสสูงมากที่ร่างกฎหมายจะถูกโหวตคว่ำ สอดคล้องกับสมมติฐานของเราที่ตั้งไว้แต่แรกว่า ความต้องการถอนร่างในครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นไปเพื่อแสดงความจริงใจต่อประชาชน แต่เป็นแทกติกสภา กลัวว่ากฎหมายจะถูกโหวตคว่ำในสภาต่างหาก เราจึงพยายามทวงถามถึงเหตุผลที่แท้จริงของรัฐบาล

เมื่อถามถึงจำนวนเสียงลงมติ ซึ่งฝ่ายรัฐบาลปริ่มน้ำไป 7 เสียง ขณะที่เสียงฝ่ายค้าน ลงมติไม่เห็นชอบเพียง 6 เสียง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องการโหวตของพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละพรรค สำหรับพรรคประชาชนเราต้องการแสดงออก โดยยืนยันว่า เราเห็นด้วยกับการถอนร่างอย่างจริงใจ เพียงแต่รัฐบาลไม่ได้เหตุผลที่ดีเพียงพอ เราจึงไม่สามารถร่วมการลงมติในครั้งนี้ได้ สำหรับพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ จะแสดงออกอย่างไร ก็เป็นเหตุผลของแต่ละพรรค ยืนยันว่า การลงมติในครั้งนี้ พรรคประชาชนไม่ได้เข้าร่วม

เมื่อถามว่าการดำเนินการต่อจากนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำร่าง พ.ร.บ.กลับเข้ามาในสภาฯอีก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ที่เราต้องติดตาม และตรวจสอบต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะในวันนี้รัฐบาลอาศัยเสียงข้างมากในการถอนร่างออกไป เพื่อกันร่างถูกโหวตคว่ำ แต่ในอนาคตไม่มีอะไรรับประกันได้เลย ว่าตกลงรัฐบาลจะรอเสียบกลับมาเมื่อไหร่อีกหรือไม่

เมื่อถามว่าสำหรับการตอบโต้กัน ในกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เรื่องนี้ส่งผลต่อไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน และกรณีที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ระบุ นายอนุทินก็ทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องไปถามนายอนุทินและเป็นสิ่งที่นายอนุทินจะต้องตอบชี้แจงเช่นเดียวกัน จึงเชื่อว่า สิ่งที่เป็นผลบวก และเป็นทางออกประเทศมากที่สุด คือเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยว

เมื่อถามอีกว่าการตอบเช่นนี้ของนายกรัฐมนตรีคือการโยนหน้าที่ไปรัฐมนตรีกระทรวงตอบแทนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ที่ความรับผิดรับชอบของคนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ส่วนคนที่เป็นอดีตรัฐมนตรี ซึ่งในปัจจุบันมาอยู่ฝ่ายค้าน จะตอบชี้แจงอย่างไร ว่าในอดีตที่เขาดำรงตำแหน่ง ได้มีการดำเนินการแก้ไขอย่างไร ตนไม่ขอให้ความเห็น