“จุลพันธ์” มั่นใจ คดีถอดถอน “นายกฯ” ผลเป็นบวก เชื่อ ไม่เกิดเดดล็อกทางการเมือง
วันที่ 30 มิ.ย.2568 เวลา 14.30 น.ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงพรรคเพื่อไทยเตรียมรับมือการพิจารณาคดีถอดถอนนายกรัฐมนตรีของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ไม่ เพราะเรามั่นใจ ยังยืนยันเช่นเดิม สิ่งที่นายกรัฐมนตรี เจรจาความกับสมเด็จ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ไม่ใช่เป็นสิ่งผิดปกติเพราะกระบวนการพูดคุยในระดับประเทศผู้นำ ต่างยกหูคุยกันเป็นเรื่องปกติ เช่น เมื่อวานก่อนที่ยกหูคุยกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของประเทศฝรั่งเศส ก็เป็นเรื่องเดียวกัน ใช้กลไกพูดคุยเพื่อหาแนวร่วม และความคืบหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องธรรมดา สิ่งที่พูดไปไม่ได้มีผลร้ายหรือผลเสียอะไรกับประเทศไทย เราก็ดูว่าไทยสูญเสียดินแดนหรือไม่ ก็ไม่มีอะไรเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้น และไม่มีอะไรที่น่าห่วง
เมื่อถามว่าส่วนกระบวนการยื่นตรวจสอบเป็นสิทธิที่ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ ก็มีกลุ่มที่ดำเนินการไปแล้ว อยู่ในชั้นของผู้พิจารณาทั้งศาลรัฐธรรมนูญ เราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของเรา ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรรัฐบาลก็พร้อมที่จะรองรับตามที่จะเกิดขึ้นเพื่อเดินหน้าประเทศให้ได้ในภาวะวิกฤตเช่นนี้
เมื่อถามว่าหากถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้อ่านถึงจุดนั้น ก็พร้อมที่จะดำเนินการไปตามที่ศาลมีคำสั่ง การจะหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ต้องรอดู หากเกิดเกิดขึ้นจริงก็มีตัวอย่างให้เห็นในทุกแบบแล้ว เช่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นไม่ได้เป็นตัวชี้วัดใด ๆ
เมื่อถามว่า จะเกิดเดดล็อกทางการเมืองหรือไม่ ถ้าศาลสั่งให้นายกฯ สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในขณะที่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ลงมา นายจุลพันธ์ กล่าวว่า คงไม่เกิดเดดล็อกทางการเมือง ไม่ว่ากรณีใด ๆ เพราะเข้าใจว่ารายชื่อมีการทูลเกล้าฯ ไปแล้วเป็นพระราชอำนาจโดยเต็ม และองค์คณะของ ครม.ก็ยังมีอยู่ และสามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ครบถ้วน ทุกหน่วยงานมี ครม.กำกับดูแล ไม่เป็นปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ราชการใด ๆ
นายจุลพันธุ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขออย่าไปสมมติล่วงหน้า จริง ๆ รอฟังวันเดียวก็รู้เรื่องแล้ว กลไกรัฐภายใต้รัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ มีกลไกในการรองรับทุกกรณี ยกตัวอย่าง กรณีที่นายกเดินทางต่างประเทศประเทศก็ไม่ได้ติดขัดอะไร การประชุม ครม.และการทำงานก็เดินหน้าได้ แต่เชื่อมั่นว่าพรุ่งนี้คำวินิจฉัยของศาลจะเป็นไปในทางบวก