อย่าชะล่าใจ!แพทย์เตือนหากคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ สมาชิกที่เหลือควรประเมินความเสี่ยงตรวจคัด

สยามรัฐออนไลน์

เข้าสู่เดือนที่ห้าของการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตนวัตกรรมการจัดการสุขภาพยุคดิจิทัล หรือ HIDA รุ่นที่ 2  ที่การอบรมให้ความรู้ดูแลสุขภาพแบบศาสตร์องค์รวมมีความเข้มเข้มมากขึ้น เพื่อเป้าหมาย ให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำไปปฏิบัติและดูแลสุขภาพของตนเองและนำไปดูแลสมาชิกในครอบครัวให้แข็งแรง ปลอดภัยและลดการใช้ยา
 
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ในสัปดาห์นี้ช่วงแรกเป็นการบรรยายวิชาการเรื่อง โรคระบบทางเดินอาหาร กระเพาะอาหาร ตับ และ ตับอ่อน รองศาสตราจารย์นายแพทย์จุลจักร ลิ่มศรีวิไล อาจารย์หน่วยโรคทางเดินอาหาร คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า  โรคที่พบบ่อยในระบบทางเดินอาหาร เช่น กรดไหลย้อน กระเพาะอาหาร ลำไส้แปรปรวน และ มะเร็งลำไส้ใหญ่

Image

 
ทั้งนี้ โรคกระเพาะอาหาร และ โรคกระเพาะอาหารแปรปรวน เป็นภาวะย่อยยาก มีอาการปวดจุกแน่นลิ้นปี่ ท้องอืด อิ่มเร็ว คลื่นไส้ สาเหตุเกิดจากภาวะความเครียด อาหารรสจัด รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา และ โรคกระเพาะอาหารที่มีรอยโรค เกิดจากกระเพาะอักเสบ กระเพาะเป็นแผล และ เป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ จากอวัยวะต่างๆ เช่น นิ่วถุงน้ำดี มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน ตับอ่อนอักเสบ
 
ซึ่งวิธีรักษาโรคกระเพาะอาหารแปรปรวน ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ไม่ดื่มเหล้า ออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ไม่ควรนอนหลังจากทานอาหารอิ่มใหม่  ส่วนการวินิจฉัยกระเพาะอักเสบ ต้องใช้การส่องกล้อง โดยเฉพาะ ผู้ป่วยที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ส่วนโรคกรดไหลย้อน เป็นโรคที่รบกวนการดำเนินชีวิตในประจำวัน มีอาการแสบยอดอก เรอเปรี้ยว เจ็บใต้ยอดอก ไอเรื้อรัง แน่นในคอ เสียงแหบ และ ภาวะน้ำหนักเกิน ไม่ใช่โรคร้ายแรงสามารถรักษาได้โดยใช้ยาลดกรด และควรปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต

Image

ขณะที่ โรคลำไส้แปรปรวน สาเหตุจากลำไส้ทำงานผิดปกติ กินยาปฏิชีวนะบ่อยๆ ทำให้ลำไส้ทำงานไม่ดี มีอาการเตือน พบมากในคนอายุ 50 ปี ท้องเสีย ท้องผูก และ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการบ่งชี้ มีภาวะซีด ปวดท้อง น้ำหนักลด ถ่ายเป็นมูกเลือด ท้องผูกหรือท้องผูกสลับท้องเสีย และ ปวดท้อง

โดยผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปควรตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ใช้ 2 วิธี คือ การตรวจอุจจาระเพื่อตรวจหาเลือดออกแฝง ซึ่งเป็นวิธีการตรวจง่าย สะดวก ปลอดภัย มีราคาถูก แต่การหารอยโรคค่อนข้างต่ำ หากผลเป็นบวกต้องใช้วิธีส่องกล้อง  หากพบมีติ่งเนื้อที่ล้ำไส้ใหญ่ ต้องตัดติ่งเนื้ออกเพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่
 
รวมไปถึงวิธีส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ มีความไวสูงพบร่องรอยของโรค หากผลเป็นบวก ตัดติ่งเนื้อและติดตามผล หากผลเป็นลบตรวจซ้ำ 5-10 ปี  และ การตรวจชนิดใหม่ เช่น การเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ลำไส้ใหญ่ ประสิทธิภาพการตรวจพบติ่งเนื้อ 84% และ ตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ 100% การกลืนกล้องแคปซูล มีความปลอดภัย ไม่มีภาวะแทรกซ้อนไม่เกิดลำไส้ฉีกขาด  มีความไวสูง ซึ่งเป็นการตรวจที่ดีแต่ยังทดแทนการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ไม่ได้
 
โดย รองศาสตราจารย์นายแพทย์จุลจักร กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปสู่พี่น้องลูกหลานได้ เช่น ญาติสายตรง ได้แก่ บิดา มารดา พี่ น้องเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่อายุน้อยกว่า 45 ปี แม้เพียง 1 คน และมีสมาชิกในครอบครัว เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อาป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ไม่ว่าอยู่ในช่วงอายุใดก็ตาม ร่วมทั้งมีสมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ร่วมกับมะเร็งอื่นๆ สมาชิกที่เหลือในครอบครัวจำเป็นต้องรีบประเมินความเสี่ยงของตนเองทันที เพื่อที่จะได้ตรวจคัดกรองหาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และรักษาได้ทันท่วงที เนื่องจากการค้นพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มแรกสามารถรักษาให้หายขาดได้และทำให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตได้เป็นปกติสุข

Image

ขณะที่ในช่วงที่สองของการบรรยายวิชาการ หัวข้อ เคล็ดลับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทางอาจารย์ทันตแพทย์ประณัย นาคะปักษิณ อาจารย์ภาควิชาทันตกรรมทั่วไปชั้นสูง คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางทันตกรรมที่ทันสมัยที่สุดรักษาผู้ป่วย แต่ขณะเดียวกันผู้ป่วยต้องมีวิธีการดูแลรักษาฟันและวิธีดูแลช่องปากด้วยตัวเอง เนื่องจากฟันมีความสำคัญใช้เคี้ยวอาหาร  ใช้ออกเสียง  ทั้งนี้ ปัญหาในช่องปากที่เกิดขึ้น เช่น ปวดฟัน ฟันผุ ฟันแตก เหงือกอักเสบ รากฟันอักเสบ และเมื่ออายุมากขึ้นฟันจะเปราะหรือแตกง่าย
 
สำหรับปัญหาช่องปากที่พบบ่อยคือ ปัญหาฟันผุ ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งชอบกินน้ำตาล รวมถึง อาหารที่เป็นกรด และรับประทานอาหารจุกจิก ดังนั้นวิธีการป้องกันฟันผุ ควรทานอาหารเป็นมื้อเป็นเวลา การใช้ยาสีฟันควรเลือกชนิดที่มีฟลูออไรด์ การใช้แปรงสีฟัน ควรเลือกแปรงสีฟันขนนุ่มละเอียด เพื่อไม่ให้เนื้อฟันสึก ใช้เวลาแปรงฟัน 7-10 นาที และไม่ควรใช้ไม้จิ้มฟันบ่อยครั้งเพราะจะทำให้เกิดปัญหาเหงือกร่น

Image

 
นอกจากนี้ ปัญหาช่องปากที่ยังพบได้บ่อยเกิดจากโรคเหงือก สังเกตได้จาก การแปรงฟัน หากมีเลือดออกตามไรฟัน เป็นอาการของโรคเหงือกอักเสบ ควรรีบพบหมอทันตกรรมเฉพาะทางเพื่อทำการรักษา หากฟันผุ มีขนาดใหญ่ และ ทำให้ฟันแตก ฟันร้าว ฟันบิ่น ต้องใช้วิธีการครอบฟัน เป็นการป้องกันไม่ให้ฟันปริหรือแตกร้าวซ้ำ หากมีอาการเสียวฟันมากขึ้น ฟันร้าวมากขึ้นถึงโพรงประสาทต้องใช้วิธีการถอนฟัน หากมีการถอนฟัน แนะนำให้ใส่ฟันปลอม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฟันล้ม หรือ ฟันเอียง