ฮูส่งสัญญาณเตือนภัยโควิด-19ระบาดหนัก

สยามรัฐออนไลน์

 หมอธีระ" ยอกย้ำเสียงเตือนจาก WHO ตระหนักถึงสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV เผยอัตราการแพร่ระบาดโควิดยังสูงมากต่อเนื่อง แนะป้องกันตัวเองอย่าประมาท
  
     เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.65 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 352,185 คน ตายเพิ่ม 644 คน รวมแล้วติดไป 653,314,516 คน เสียชีวิตรวม 6,657,840 คน 5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส บราซิล และฮ่องกง
   
  เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปและเอเชียครอง 7 ใน 10 อันดับแรก และ 14 ใน 20 อันดับแรกของโลก จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชียและยุโรป รวมกันคิดเป็นร้อยละ 89.59 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 71.58
  
   เสียงเตือนต่อเนื่องจาก WHO โดย Dr.Maria Van Kerkhove, COVID-19 technical lead ขององค์การอนามัยโลก ยังส่งสัญญาณเตือนอย่างต่อเนื่องให้ตระหนักถึงสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV ปัจจุบันอัตราการติดเชื้อแพร่เชื้ออยู่ในระดับสูงมาก จำเป็นต้องป้องกันตัวอย่างสม่ำเสมอเพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

     ไปรับวัคซีนให้ครบ เว้นระยะห่างจากคนอื่น ระวังเรื่องการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้อื่นนอกบ้าน ไม่แชร์ของกินของใช้กัน ระวังสถานที่แออัด ระบายอากาศไม่ดี หากประกอบกิจการใดๆ ก็ควรหาทางปรับปรุงเรื่องการระบายอากาศในสถานที่ของตนเองให้ดี ล้างมือทุกครั้งหลังจับต้องสิ่งของสาธารณะ พกเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ไว้ติดตัวจะได้ใช้ได้สะดวก ที่สำคัญมากคือ ใส่หน้ากากอย่างถูกต้องสม่ำเสมอเวลาออกไปตะลอนนอกบ้าน ทำงาน เรียน หรือเดินทางท่องเที่ยว หากไม่สบาย ควรแยกตัวจากผู้อื่น ตรวจรักษาให้หายดีเสียก่อน 
 
    ข้อคิดจาก Anthony Fauci  New York Times วันที่ 10 ธันวาคม 2565 เผยแพร่บทความที่ดีมากเรื่องหนึ่ง เป็นข้อคิดจาก Dr.Anthony Fauci  สะท้อนความเป็นจริงที่เกิดขึ้นทั่วโลก บทเรียนที่ทุกคนควรรับรู้ และหาทางช่วยกันจัดการและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ท่อนหนึ่งของบทความ ชี้ให้เห็นว่าวิกฤติโควิด-19 ซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียมากมายนั้นเป็นผลกระทบจากนโยบายที่ไม่ถูกทิศถูกทาง อันเป็นผลจากการเมือง ข้อมูลข่าวสาร และวิชาการที่ไม่ถูกต้อง
    
 สิ่งที่เราเรียนรู้จากวิกฤติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรอบสองปีที่ผ่านมานั้น มีมากมาย ทั้งเรื่องการควบคุมป้องกันโรค วัคซีน ยา ความกระจอกหรือไม่กระจอกของไวรัส ความเพียงพอของทรัพยากรว่าเพียงพอจริงหรือไม่ ทั้งบริการตรวจโรค เตียง บุคลากร ตลอดจนตัวเลขต่างๆ ในระบบรายงานว่าสะท้อนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ และอื่นๆ ทุกคนควรมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ผลักดัน ให้เกิดนโยบายที่มาจากความรู้ที่ถูกต้องทางวิชาการ พิสูจน์ได้ ไม่บิดเบือน ไม่ใช้ความเชื่องมงาย หรือชงมาจากประโยชน์ทับซ้อนหรือแอบแฝง