'โรคฉี่หนู'จากน้ำท่วมขังทำดับแล้ว 28 ราย เตือนปชช.สังเกตอาการให้เร็วรีบพบหมอทันทีที่เป็น
จากสถานการณ์น้ำท่วมขังในประเทศไทยจนถึงเวลานี้มีรายงานข้อมูลผู้ป่วยโรคฉี่หนูตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-วันที่ 26 ต.ค.65 ในทุกภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้และพื้นที่น้ำท่วมขัง มีผู้ป่วย 2,494 ราย เสียชีวิต 28 ราย โดยแนวโน้มเพิ่มขึ้นและมากกว่าปี 2564
วันที่ 29 ตุลาคม 2565 นพ.วิชาญ ปาวัน ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กล่าวว่า โรคฉี่หนู หรือโรคเลปโตสไปโรสิส (Leptospirosis) เกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียโดยมีสัตว์เป็นพาหะขับถ่ายปนเปื้อนในน้ำ เมื่อผู้มีบาดแผลไปลุยน้ำ ลุยโคลนสัมผัสเชื้อก็จะเกิดการติดเชื้อได้ ฉะนั้น จะพบผู้ป่วยมากในช่วงฤดูฝนหรือหลังน้ำท่วมขัง จึงขอย้ำว่าภาวะน้ำท่วมหรือน้ำลด หากไปลุยน้ำก็เกิดความเสี่ยงติดเชื้อโรคฉี่หนูได้
ทั้งนี้ อาการแสดงหลักๆ คือ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ บางรายตาแดง หากมีประวัติลุยน้ำมา แพทย์ก็จะวินิจฉัยเบื้องต้นว่าเป็นโรคฉี่หนู ถ้าวินิจฉัยเร็วก็สามารถรักษาโดยรับประทานยา 5 วันต่อเนื่องก็จะหายได้ โดยความรุนแรงของโรค ส่วนใหญ่จะมีปัญหากับผู้ที่มาพบแพทย์ช้า ได้รับการวินิจฉัยช้า แม้จะมียารักษา แต่ถ้าได้ยาช้าก็จะมีความเสี่ยง บางรายอาจเกิดภาวะไตวายแทรกซ้อน
ทั้งนี้ นพ.วิชาญกล่าวว่า ขณะนี้มีการเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคฉี่หนูในสถานพยาบาล ร้านขายยาในกรณีที่ผู้ป่วยมาหาซื้อยาเอง ก็ขอให้ทางร้านยาให้คำแนะนำผู้ป่วยหรือแนะนำให้มาพบแพทย์ โดยกรมควบคุมโรคได้ทำหนังสือไปยังกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อแจ้งจังหวัดให้แจ้งเตือนข้อมูลโรคฉี่หนู เพื่อให้ประชาชนเกิดความระมัดระวัง
ซึ่งนพ.วิชาญ ได้แนะนำ ดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลน หากจำเป็นควรสวมรองเท้าบู๊ต ถุงมือยาง กางเกงขายาว หรือชุดกันน้ำขณะเดินลุยน้ำท่วมขัง ย่ำดินที่ชื้นแฉะ และการทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด 2.ให้ทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันทีหลังลุยน้ำย่ำโคลนหรือลงแช่น้ำ และ 3.หากมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว ปวดกล้ามเนื้อที่น่องหรือโคนขา หลังลุยน้ำย่ำโคลนหรือลงแช่น้ำ อย่าซื้อยามารับประทานเอง ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดและแจ้งประวัติเสี่ยงให้แพทย์ทราบ